รายงานล่าสุดจากการเปิดเผยของ NASA เผยแพร่ภาพดาราศาสตร์ประจำวัน (APOD) แสดงให้เห็นคู่ กาแล็กซี (Galaxies) สามคู่ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในบริเวณเดียวกันของท้องฟ้า ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสมาชิกของ กระจุกกาแล็กซีคนครึ่งม้า (Centaurus Galaxy Cluster) ซึ่งเป็นกลุ่มกาแล็กซีขนาดใหญ่ที่มีสมาชิกหลายร้อยแห่งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 170 ล้านปีแสง การวิเคราะห์พบว่าดาราจักรแต่ละคู่มีสถานะความสัมพันธ์ทางแรงโน้มถ่วงที่หลากหลาย ตั้งแต่การอยู่ร่วมกันอย่างสงบไปจนถึงกระบวนการพุ่งชนระดับเอกภพ
ร่องรอยการชนในอดีตและดาราจักรวงแหวนขั้วโลก
จากการวิเคราะห์กาแล็กซีคู่บนสุด นักดาราศาสตร์ระบุว่าดาราจักรทั้งสองนี้อาจไม่มีอันตรกิริยาต่อกันในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม กาแล็กซีตัวบนที่มีแถบสีน้ำเงินโดดเด่นซึ่งมีรหัสชื่อว่า NGC 4650A ถูกจัดให้เป็น กาแล็กซีวงแหวนขั้วโลก (Polar-ring galaxy) ซึ่งเป็นดาราจักรประเภทหาได้ยากที่มีวงแหวนของแก๊สและดาวฤกษ์โคจรในแนวตั้งฉากกับระนาบจานหลักของกาแล็กซี โครงสร้างที่ผิดปกตินี้มักเป็นผลลัพธ์ที่หลงเหลือจากการ พุ่งชนของกาแล็กซี (Galaxy collision) ที่เกิดขึ้นในอดีตอันไกลโพ้น
ความสมดุลที่น่าฉงนในกาแล็กซีคู่กลาง
สำหรับกาแล็กซีคู่ที่ปรากฏอยู่บริเวณกึ่งกลางของภาพ มีลักษณะภายนอกที่ดูคล้ายกับกำลังมีอันตรกิริยาทางแรงโน้มถ่วงต่อกัน แต่จากการคำนวณ ความเร็วสัมพัทธ์ (Relative speeds) ของพวกมันทำให้นักดาราศาสตร์ประเมินว่าโอกาสที่จะเกิดแรงดึงดูดระหว่างกันนั้นมีค่าน้อยมาก โดยกาแล็กซีที่มีขนาดใหญ่กว่าในคู่นี้คือ NGC 4650 ซึ่งเป็น กาแล็กซีก้นหอย (Spiral galaxy) ที่มีความพิเศษคือการมี โครงสร้างรูปคานของดาวฤกษ์ (Bright bar of stars) พาดผ่านบริเวณใจกลางอย่างชัดเจน
การหลอมรวมดาราจักร: อนาคตของคู่ล่างสุด
ในส่วนล่างของภาพเป็นจุดที่นักดาราศาสตร์ให้ความสนใจมากที่สุด เนื่องจากเป็นคู่กาแล็กซีที่กำลังมีอันตรกิริยาต่อกันอย่างรุนแรง การสังเกตการณ์พบว่ากาแล็กซี NGC 4622A และ NGC 4622B กำลังดึงดูดกันด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาล ซึ่งเป็นกระบวนการเริ่มต้นของการ หลอมรวมกัน (Merge) โดยคาดการณ์ว่าในอีกประมาณหนึ่งพันล้านปีข้างหน้า ดาราจักรทั้งสองจะหลอมรวมเป็นกาแล็กซีขนาดใหญ่เพียงหนึ่งเดียว
"การศึกษาความสัมพันธ์ของกาแล็กซีในกระจุกคนครึ่งม้า ช่วยให้เราเข้าใจถึงกลไกการเติบโตและวิวัฒนาการของโครงสร้างขนาดใหญ่ในเอกภพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น"
ภาพถ่ายที่งดงามนี้เป็นผลงานโดย Rafael Sampaio ซึ่งไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความงามของห้วงอวกาศ แต่ยังเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์และอนาคตของระบบดาราจักรที่ซับซ้อนภายใต้อิทธิพลของแรงโน้มถ่วง













