Space and Economic | ข่าวเศรษฐกิจอวกาศ

Investment

เจาะลึกแนวทางการ ลงทุนหุ้นอวกาศ และกลุ่มธุรกิจดาวเทียมที่กำลังเปลี่ยนโลก พบกับโอกาสใน New Space Economy ที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง $1 Trillion เราพาคุณไปสำรวจหุ้นเทคโนโลยีมาแรง และวิธีจัดพอร์ตการลงทุน เพื่อรับการเติบโตจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคตก่อนใคร

JEDI

🌟 Fun Facts: "JEDI" กองทุนอวกาศจาก VanEck

1. ชื่อนี้ท่านได้แต่ใดมา?

ชื่อย่อหุ้น (Ticker Symbol) ว่า JEDI ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เป็นการตั้งใจให้พ้องกับอัศวิน "เจได" ใน Star Wars เพื่อสื่อถึงยุคสมัยใหม่และการสำรวจจักรวาล (และแน่นอนว่ามันจำง่ายสุดๆ!)

2. ไม่ได้มีแค่จรวด!

คนมักคิดว่า JEDI จะลงทุนแค่บริษัททำจรวด แต่จริงๆ แล้ว Planet Labs (ถ่ายภาพดาวเทียม) และ AST SpaceMobile (อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม) มักจะเป็นหุ้นกลุ่มที่ครองสัดส่วนสูงสุดในพอร์ต (Top Holdings) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจอวกาศ

3. พลังของ ESG

เห็นชื่อดูล้ำๆ แบบนี้ แต่ JEDI เป็นกองทุนที่คัดกรองหุ้นตามหลัก ESG (Environment, Social, and Governance) ด้วยนะ โดยจะเลี่ยงบริษัทที่ยุ่งเกี่ยวกับอาวุธสงครามหรืออุตสาหกรรมฟอสซิลที่ทำลายโลก

4. ผลตอบแทนที่ "พุ่งทะยาน"

ในปีที่ผ่านมา (2025-2026) ผลตอบแทนของ JEDI พุ่งขึ้นกว่า 100% ในบางช่วงเวลา ซึ่งถือเป็นการ "Take off" ที่รุนแรงกว่าดัชนีตลาดหุ้นทั่วไปหลายเท่าตัว

Space Stock

หุ้นอวกาศที่น่าสนใจ

อวกาศไม่ใช่เรื่องของ NASA กับนักบินอวกาศอีกต่อไป วันนี้เป็นเรื่องของธุรกิจเต็มตัว

เศรษฐกิจอวกาศโลกแตะ $626 พันล้านในปี 2025 และคาดว่าจะทะลุ $1 ล้านล้านภายในปี 2034 (Novaspace Space Economy Report) จรวดปล่อยขึ้นสู่วงโคจรเฉลี่ยทุก 28 ชั่วโมง ต้นทุนลดลงหลายสิบเท่า และบริษัทเอกชนกำลังสร้างธุรกิจที่มีรายได้จริง ไม่ใช่แค่รับงานรัฐบาลอีกต่อไป (Space Foundation)

ยิ่งมีข่าวว่า SpaceX อาจ IPO ในปี 2026 ด้วย Valuation เกิน $1 ล้านล้าน เม็ดเงินก็ยิ่งไหลเข้าสู่หุ้นอวกาศทั้ง sector (The Motley Fool)

Spacenomics Space Economy

แต่อวกาศไม่ใช่แค่เรื่องจรวด มันคือ Ecosystem ทั้ง 5 เสา:

  1. 📡 Communicator — ผู้เชื่อมต่อ
  2. 🚀 Transporter — ผู้ขนส่ง
  3. 🛰️ Observer — ผู้เฝ้ามอง
  4. 🌙 Explorer — ผู้บุกเบิก
  5. 🏗️ Builder — ผู้สร้าง

มาดูกันว่าใครคือ 5 บริษัทที่ถูกพูดถึงมากที่สุดตอนนี้ 👇

1️⃣ ASTS (AST SpaceMobile) — เสาสัญญาณมือถือบนอวกาศ 📡

Spacenomics Space Economy

ทำอะไร: สร้างเครือข่ายมือถือผ่านดาวเทียม ให้ iPhone หรือ Samsung ที่คุณใช้อยู่รับสัญญาณ 4G/5G จากอวกาศได้เลย ไม่ต้องดัดแปลงอะไร ไม่ต้องใช้จานรับสัญญาณแบบ Starlink

ปัญหาที่แก้: คนกว่า 5,000 ล้านคนทั่วโลกไม่มีสัญญาณมือถือสม่ำเสมอ

สถานะล่าสุด (Q4 2025):

💰 รายได้ปี 2025$70.9 ล้าน (ปีแรกที่มีรายได้!)
📋 สัญญารวมมากกว่า $1,200 ล้าน (AT&T ถึง 2030, Verizon $100M, stc Group $175M prepaid)
🏦 เงินสด + สภาพคล่อง$3,900 ล้าน (หลังระดมทุนเพิ่ม $1,075M ในก.พ. 2026)
🛰️ ดาวเทียมBlueBird 6 ปล่อยสำเร็จ ทำความเร็วเกิน 120 Mbps ตรงไปยังมือถือปกติ
🎯 เป้าหมาย 2026ปล่อย 45 ถึง 60 ดาวเทียม, Revenue Guidance $150M ถึง $200M
🌍 PartnersMNO กว่า 50 รายทั่วโลก ครอบคลุมเกือบ 3 พันล้านผู้ใช้
📈 เหตุการณ์สำคัญเพิ่งเข้า MSCI World Index

ทำไมน่าสนใจ: ไม่มีคู่แข่งที่ทำ Direct to Device ได้ในระดับเดียวกัน BlueBird 6 พิสูจน์แล้วว่าเทคโนโลยีใช้งานได้จริง สัญญากับ Telco ยักษ์ใหญ่ล็อครายได้ไว้ และ CEO Avellan ย้ำว่าครึ่งหนึ่งของ Pipeline ปี 2026 ถูก Book ไว้แล้ว (MarketBeat)

ความเสี่ยง: ค่าใช้จ่ายพุ่ง 41% QoQ ในไตรมาส 4 / EPS ยังขาดทุน / การส่งดาวเทียมมีความเสี่ยงสูง / มีโอกาสออกหุ้นเพิ่ม (Dilution) / การผลิตดาวเทียมอาจช้ากว่าแผน (Investing.com)

2️⃣ RKLB (Rocket Lab) — บริษัทจรวดที่ท้าชิง SpaceX 🚀

Spacenomics Space Economy

ทำอะไร: ปล่อยจรวด + สร้างดาวเทียม + ให้บริการครบวงจรตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นบริษัทปล่อยจรวดเชิงพาณิชย์อันดับ 2 ของสหรัฐ (รองจาก SpaceX)

สถานะล่าสุด (FY2025):

💰 รายได้ปี 2025$602 ล้าน (โต 38% YoY)
📋 Backlog$1,850 ล้าน (โต 73% YoY)
🚀 สถิติปล่อยจรวด21 ครั้ง สำเร็จ 100% ในปี 2025
🎖️ สัญญาใหญ่สุดSDA Tracking Layer $805M ใหญ่กว่ารายได้ทั้งปี 2024
📊 Gross Margin44.3% (เพิ่มจาก 34% ปีก่อน)
🔜 Q1 2026 Guidanceรายได้ $185M ถึง $200M
🏗️ Neutronจรวดรุ่นใหม่คาดปล่อยครั้งแรก Q4 2026

ทำไมน่าสนใจ: เป็นบริษัทเดียวนอกจาก SpaceX ที่ทำ Vertical Integration ครบวงจร Morgan Stanley เปรียบเทียบ RKLB กับ SpaceX เป็นครั้งแรก นักลงทุน Reddit เรียกว่า "SpaceX ที่ลงทุนได้" (AltIndex)

ความเสี่ยง: Neutron ล่าช้าหลังถังเชื้อเพลิงระเบิดระหว่างทดสอบ / ยังขาดทุน Free Cash Flow ติดลบ $321.8M / หุ้นผันผวนสูง Beta 2.2 / แข่งกับ SpaceX ที่ใหญ่กว่ามาก (24/7 Wall St.)

3️⃣ LUNR (Intuitive Machines) — ผู้นำสำรวจดวงจันทร์ 🌙

Spacenomics Space Economy

ทำอะไร: บริษัทสำรวจอวกาศที่เน้นบริการบนดวงจันทร์ เป็นบริษัทเอกชนแรกของอเมริกาที่ลงจอดบนดวงจันทร์สำเร็จนับตั้งแต่ปี 1972

สถานะล่าสุด (Q3 2025 + Lanteris Acquisition):

💰 รายได้ Q3 2025$52.4 ล้าน
🏢 ซื้อกิจการLanteris Space Systems $800M กลายเป็น Next Generation Space Prime
📋 Backlog รวม$920 ล้าน (หลังรวม Lanteris ที่มี Backlog $685M)
💵 เงินสด$622 ล้าน
🌍 ขอบเขตใหม่ขยายจาก Lunar เป็น LEO, MEO, GEO, Moon, Mars, Deep Space
🎖️ สัญญาหลักNASA Artemis, Near Space Network, Golden Dome, SDA
📈 รายได้รวม (Pro Forma)เกิน $850 ล้าน (รวม Lanteris)

ทำไมน่าสนใจ: CEO Steve Altemus ย้ำชัดว่า "นี่คือจุดเปลี่ยนจากบริษัทดวงจันทร์ เป็น Multi Domain Space Prime" Deutsche Bank เลือก LUNR เป็น Top Pick สำหรับเทรนด์กลับไปดวงจันทร์ และ NASA Artemis II กำหนดปล่อย เม.ย. 2026 (Yahoo Finance)

ความเสี่ยง: ยังขาดทุน / Dilution จากหุ้นที่ออกให้ Lanteris ($350M เป็นหุ้น) / เคยร่วง 97% จากจุดสูงสุด / การรวมกิจการ Lanteris อาจมีความท้าทาย / ภารกิจอวกาศมีความเสี่ยงสูง (LUNR รายงาน Q4 วันที่ 19 มี.ค. 2026 — รอติดตาม) (Seeking Alpha)

4️⃣ RDW (Redwire) — โรงงานผลิตในอวกาศ 🏭

Spacenomics Space Economy

ทำอะไร: ผลิตโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอวกาศ ทั้ง Solar Array, Sensor, ระบบพิมพ์ 3D ในอวกาศ คิดซะว่าเป็น "คนขายจอบ" ในยุคตื่นทองอวกาศ ไม่ว่าใครจะชนะ Redwire ขายอุปกรณ์ให้ทุกฝ่าย

สถานะล่าสุด (FY2025):

💰 รายได้ปี 2025$335 ล้าน (แตะ Top End ของ Guidance)
📋 Backlog$411.2 ล้าน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (Book to Bill 1.52)
🎖️ สัญญาใหม่DARPA Otter Phase 2 มูลค่า $44M
🎯 Revenue Guidance 2026สูงสุดถึง $500 ล้าน
🏢 ซื้อกิจการEdge Autonomy เพิ่มความสามารถด้าน Autonomous Systems
🛠️ โครงสร้างใหม่ปรับเป็น Integrated Multi Domain Space and Defense Tech Company
❗ ปัญหา Q4EAC Adjustments (ต้นทุนเกินงบ) กระทบผลประกอบการหนัก ขาดทุน $85.5M

ทำไมน่าสนใจ: Backlog สูงสุดเป็นประวัติการณ์ + Book to Bill 1.52 หมายความว่าได้สัญญาใหม่เร็วกว่าที่ส่งมอบ CEO Cannito บอกว่า "เข้าปี 2026 ด้วย Momentum ที่แข็งแกร่ง" (BusinessWire)

ความเสี่ยง: Q4 2025 EPS ขาดทุน $0.58 แย่กว่าที่คาดมาก (คาด $0.16) / Program Charge เป็นปัญหาซ้ำ / Insider ขายหุ้นหนัก / นักวิเคราะห์บางส่วนลดอันดับ / หุ้นร่วงหนักหลังรายงาน Q4 (GuruFocus)

5️⃣ PL (Planet Labs) — ดวงตาจากอวกาศ 🛰️

Spacenomics Space Economy

ทำอะไร: ถ่ายภาพโลกทั้งใบทุกวัน ด้วยดาวเทียมกว่า 200 ดวง แล้วเปลี่ยนภาพเป็นข้อมูลที่มีมูลค่า โมเดล Satellite as a Service ลูกค้าจ่ายรายปีเพื่อเข้าถึงข้อมูล

สถานะล่าสุด (Q3 FY2026 สิ้นสุด ต.ค. 2025):

💰 รายได้ Q3$81.3 ล้าน (สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โต 33% YoY)
📋 Backlog$734.5 ล้าน (โต 216% YoY)
📊 RPOs$672 ล้าน (โต 361% YoY)
💵 เงินสด$677 ล้าน (โต 180% YoY)
✅ Free Cash Flowเป็นบวก 3 ไตรมาสติดต่อกัน (ครั้งแรกในประวัติบริษัท)
🎯 FY2026 Revenue Guidance$297M ถึง $301M
🛰️ ดาวเทียมใหม่ปล่อย Pelican (High Res) 2 ดวง + SuperDove 36 ดวง
🤝 สัญญาเด่นกองทัพสวีเดน (9 หลัก), Google Project Suncatcher, AXA ภัยพิบัติ

ทำไมน่าสนใจ: ข้อมูลดาวเทียม + AI = โอกาสมหาศาลในยุค Big Data ราคาหุ้นพุ่งราว 250% ในรอบ 1 ปี กำลังพัฒนาดาวเทียมรุ่น Owl พร้อม Nvidia GPU สำหรับ AI Processing บนอวกาศ + ร่วมมือ Google สำหรับ In Orbit Computing (Via Satellite)

ความเสี่ยง: Revenue Guidance Q4 ชะลอลง ($76M ถึง $80M) จาก One Time Items ใน Q3 / ลูกค้าเอกชนยังโตช้า / Gross Margin ลดลงจากการลงทุนใน Satellite Services / แข่งกับ BlackSky และ Maxar (PL รายงาน Q4 วันที่ 19 มี.ค. 2026 — รอติดตาม) (SEC Filing)

📊 เปรียบเทียบ 5 หุ้นอวกาศ

Spacenomics Space Economy

  • ASTS — อินเทอร์เน็ตดาวเทียมมือถือ สภาพคล่อง $3.9B รอปล่อยดาวเทียม + เริ่ม Commercial Service แต่ระวัง Dilution
  • RKLB — จรวด + ดาวเทียมครบวงจร รายได้ $602M Backlog $1.85B รอ Neutron First Launch Q4 2026 แต่ FCF ยังติดลบ
  • LUNR — สำรวจดวงจันทร์ Pro Forma รายได้ $850M+ รอ Artemis II เม.ย. 2026 แต่ระวัง Lanteris Integration Risk
  • RDW — โครงสร้างพื้นฐานอวกาศ Backlog $411M Revenue Guidance สูงสุด $500M แต่ Program Charge ซ้ำ + EPS Miss หนัก
  • PL — ข้อมูลดาวเทียม + AI Backlog $734M โต 216% FCF เป็นบวก รอ Owl Satellites + Google Suncatcher แต่ Margin ลดลง

Spacenomics Space Economy

แล้วทั้ง 5 ตัวนี้เกี่ยวอะไรกับ A-JEDI?

กองทุน A-JEDI ลงทุนผ่าน VanEck Space Innovators UCITS ETF (Ticker: JEDI) ซึ่งถือหุ้นบริษัทอวกาศชั้นนำ 25 ตัวทั่วโลก

หุ้น 3 ใน 5 ตัวที่พูดถึงในบทความนี้ อยู่ใน Top 3 Holdings ของ JEDI ETF:

อันดับบริษัทสัดส่วนในกอง
1Planet Labs (PL)8.13%
2Rocket Lab (RKLB)7.61%
3AST SpaceMobile (ASTS)6.35%

(ที่มา: VanEck JEDI ETF Factsheet ณ 28 ก.พ. 2026)

ผลตอบแทนของ JEDI ETF ในรอบ 1 ปี อยู่ที่ +125.51% สะท้อนว่าธีมอวกาศอยู่ในช่วงขาขึ้นที่แข็งแกร่ง แต่ก็มาพร้อมกับ P/E Ratio 35.19 ที่บอกว่าตลาดตั้งความคาดหวังไว้สูง

สำหรับนักลงทุนที่สนใจธีมอวกาศแต่ไม่อยากเลือกหุ้นรายตัว (ซึ่งแต่ละตัวเสี่ยงสูงอย่างที่เห็น) การลงทุนผ่านกองทุนธีมอวกาศอย่าง A-JEDI ช่วยกระจายความเสี่ยงไปยัง 25 บริษัททั่วโลก ครอบคลุมทั้ง Value Chain ตั้งแต่จรวด ดาวเทียม ข้อมูล ไปจนถึง Defense

แหล่งข้อมูล:

Disclaimer: เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Editor Picked

Photo by Miguel J. Rodriguez Carrilo/AFP via Getty Images & Qz.com. บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน การตัดสินใจลงทุนเป็นความรับผิดชอบของผู้ลงทุนเอง

SpaceX กำลังจะเข้าตลาดหุ้นครั้งแรก (IPO) ในช่วงกลางปี 2026 ด้วย Valuation ที่อาจสูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หากเป็นจริง นี่จะเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุนโลก บทความนี้สรุปข้อมูลสำคัญทุกมิติสำหรับผู้ที่กำลังศึกษาเรื่องนี้

Spacenomics Space Economy

หุ้น SpaceX คืออะไร? ทำธุรกิจอะไรบ้าง

SpaceX ก่อตั้งในปี 2002 โดย Elon Musk หลังจากที่เขาพบว่า NASA ไม่มีแผนส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร และการซื้อจรวดมือสองจากรัสเซียมีราคาสูงเกินไป Musk จึงตัดสินใจสร้างจรวดเอง โดยลงทุนเงินส่วนตัว 100 ล้านดอลลาร์จากรายได้ที่ได้จากการขาย PayPal

แนวทางที่ทำให้ SpaceX แตกต่างจากอุตสาหกรรมอวกาศแบบเดิมคือการทำ Vertical Integration (ผลิตชิ้นส่วนเองให้ได้มากที่สุด) ใช้ชิ้นส่วนที่มีในตลาดแทนชิ้นส่วนสั่งผลิตพิเศษ และนำแนวคิดจาก Software Engineering มาปรับใช้

ช่วงแรกไม่ง่าย Falcon 1 ล้มเหลว 3 ครั้งติดต่อกัน (2006 ถึง 2008) ก่อนจะสำเร็จในครั้งที่ 4 กลายเป็นจรวดเชื้อเพลิงเหลวลำแรกที่พัฒนาโดยเอกชนที่เข้าสู่วงโคจรได้ ในช่วงนั้นบริษัทเกือบล้มละลาย แต่สัญญาจาก NASA มูลค่า 1,600 ล้านดอลลาร์ช่วยให้รอดมาได้

จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดคือการพัฒนา Reusable Rocket ในเดือนธันวาคม 2015 Falcon 9 ลงจอดกลับสำเร็จเป็นครั้งแรกหลังส่ง Payload ขึ้นสู่วงโคจร ก่อนหน้านี้จรวดทุกลำเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง ซึ่งหมายความว่าจรวดมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์ถูกทิ้งหลังใช้งานเพียงครั้งเดียว

ผลลัพธ์ในปัจจุบันน่าทึ่ง Falcon 9 มีต้นทุนการปล่อยราว 2,720 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม เทียบกับมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ 15,000 ถึง 20,000 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม อัตราความสำเร็จสูงถึง 99.52% จาก 625 ครั้ง และ Booster ที่ถูกนำกลับมาใช้ซ้ำมากที่สุดได้บินถึง 33 ครั้ง

ในปี 2025 SpaceX ปล่อยจรวด Falcon 9 จำนวน 165 ครั้ง มากกว่าจำนวนการปล่อยจรวดของทั้งโลกที่เหลือรวมกัน คิดเป็นสัดส่วนราว 80% ของการปล่อยจรวดทั้งหมดในสหรัฐฯ เทียบกับปี 2014 ที่ปล่อยเพียง 6 ครั้ง

ธุรกิจหลักแบ่งเป็น 2 ส่วน

Spacenomics Space Economy

  1. บริการปล่อยจรวด (Launch Services) SpaceX เป็นผู้นำระดับโลกในธุรกิจปล่อยดาวเทียมและสัมภาระขึ้นสู่วงโคจร ผ่านจรวด Falcon 9 ซึ่งเป็นจรวดที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ (Reusable Rocket) ช่วยลดต้นทุนการปล่อยจรวดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับยุคก่อน นอกจากนี้ยังมีจรวด Starship ซึ่งเป็นจรวดขนาดใหญ่รุ่นใหม่ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและทดสอบ ออกแบบมาเพื่อขนส่งสัมภาระขนาดใหญ่ รวมถึงภารกิจไปดวงจันทร์และดาวอังคารในอนาคต
  2. Starlink (อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม) เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้หลักของบริษัท (รายละเอียดในหัวข้อถัดไป)

ไทม์ไลน์สำคัญของ SpaceX

ปีเหตุการณ์
2002Elon Musk ก่อตั้ง SpaceX
2008Falcon 1 ปล่อยจรวดสำเร็จครั้งแรก
2015Falcon 9 ลงจอดกลับสำเร็จครั้งแรก (Reusable Rocket)
2019เริ่มปล่อยดาวเทียม Starlink ชุดแรก
2020ส่งนักบินอวกาศขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) สำเร็จ
2025Starlink มีผู้ใช้ทะลุ 9 ล้านราย, รายได้รวมบริษัทราว 16,000 ล้านดอลลาร์
ก.พ. 2026ควบรวมกับ xAI (Grok, X/Twitter) มูลค่ารวม 1.25 ล้านล้านดอลลาร์
กลางปี 2026เป้าหมาย IPO

Starlink คืออะไร? เครื่องยนต์รายได้หลักของ SpaceX

Starlink คือบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit หรือ LEO) ที่ SpaceX พัฒนาขึ้น โดยใช้เครือข่ายดาวเทียมขนาดเล็กหลายพันดวงที่โคจรรอบโลก เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปยังพื้นที่ทั่วโลก รวมถึงพื้นที่ห่างไกลที่อินเทอร์เน็ตแบบเดิมเข้าไม่ถึง

ตัวเลขสำคัญของ Starlink (ณ ต้นปี 2026)

รายการตัวเลข
จำนวนผู้ใช้งานมากกว่า 10 ล้านราย (ก.พ. 2026)
จำนวนดาวเทียมในวงโคจรมากกว่า 9,600 ดวง (~66% ของดาวเทียมที่ใช้งานได้ทั้งหมดบนโลก)
จำนวนประเทศที่ให้บริการมากกว่า 150 ประเทศ (รวมถึงประเทศไทย)
รายได้ประมาณการ 2025~10,600 ล้านดอลลาร์ (~67% ของรายได้รวม SpaceX)
EBITDA Margin ประมาณการ 2025~54%

การเติบโตของจำนวนผู้ใช้เป็นไปอย่างรวดเร็ว จาก 1 ล้านรายในปี 2022 เพิ่มเป็น 4 ล้านรายในเดือนกันยายน 2024 จากนั้น 9 ล้านรายในเดือนธันวาคม 2025 และทะลุ 10 ล้านรายในเดือนกุมภาพันธ์ 2026

สิ่งที่ทำให้ Starlink แตกต่างจากบริการดาวเทียมแบบเดิมคือ SpaceX มี Vertical Integration (การรวมห่วงโซ่คุณค่าในตัว) อย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่ออกแบบดาวเทียม, ผลิต, ปล่อยขึ้นวงโคจรด้วยจรวดของตัวเอง ไปจนถึงดำเนินการเครือข่ายทั้งหมด ทำให้ต้นทุนต่อผู้ใช้ลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้น

Starlink ยังมีแผนขยายไปสู่บริการ Direct-to-Cell (DtC) ซึ่งจะทำให้สมาร์ทโฟนทั่วไปสามารถเชื่อมต่อกับดาวเทียมได้โดยตรง โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม

SpaceX + xAI: การควบรวมครั้งใหญ่ที่เปลี่ยนโครงสร้างบริษัท

Spacenomics Space Economy

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 SpaceX ได้ควบรวมกิจการกับ xAI ซึ่งเป็นบริษัท AI ของ Elon Musk (เจ้าของ Grok Chatbot และแพลตฟอร์ม X หรือ Twitter เดิม) ในดีลมูลค่ารวม 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ ถือเป็นการควบรวมที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

โครงสร้าง Valuation ของดีลนี้ประกอบด้วย SpaceX มูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ และ xAI มูลค่า 250,000 ล้านดอลลาร์ โดย xAI เองก็เพิ่งควบรวมกับ X (Twitter) ไปก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม 2025 ด้วยมูลค่ารวมของทั้งสองบริษัทในขณะนั้นราว 113,000 ล้านดอลลาร์

เหตุผลหลักที่ Musk ให้ไว้คือแผนการสร้าง Data Center ในอวกาศ (Orbital Data Centers) ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อรองรับความต้องการพลังงานประมวลผลของ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่นักลงทุนควรทำความเข้าใจ: เมื่อ SpaceX IPO ในอนาคต สิ่งที่นักลงทุนจะซื้อไม่ใช่แค่ "บริษัทจรวดและดาวเทียม" แต่เป็นบริษัทที่รวม SpaceX (จรวด + Starlink), xAI (Grok AI), และ X (แพลตฟอร์ม Social Media) เข้าด้วยกันทั้งหมด

ประเด็นที่ต้องจับตาคือ xAI ยังขาดทุนอยู่ มีรายงานว่าใช้เงินราว 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน การรวมธุรกิจที่ยังขาดทุนเข้ากับ SpaceX ย่อมส่งผลต่อภาพรวมกำไรของบริษัทรวม

หุ้น SpaceX IPO 2026: สถานะและไทม์ไลน์ล่าสุด

IPO (Initial Public Offering) คือการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก เป็นจุดที่บริษัทเอกชนเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น ทำให้นักลงทุนทั่วไปสามารถซื้อขายหุ้นได้

สถานะ IPO ของ SpaceX (ข้อมูล ณ มีนาคม 2026)

รายการรายละเอียด
ช่วงเวลาเป้าหมายกลางปี 2026 (มีรายงานว่าอาจเป็นเดือนมิถุนายน)
Valuation เป้าหมาย~1.25-1.5 ล้านล้าน USD (บางรายงานสูงถึง 1.75 ล้านล้าน)
เงินที่คาดว่าจะระดมทุนสูงถึง 50,000 ล้าน USD
สัดส่วน Float (หุ้นที่จะขายให้สาธารณะ)~3.3% ของหุ้นทั้งหมด
Valuation ก่อน IPO (ธ.ค. 2025)~800,000 ล้าน USD (จากการขายหุ้นให้นักลงทุนรอบ Secondary)
ธนาคารที่เตรียมพร้อมMorgan Stanley, Goldman Sachs, JPMorgan, Citigroup
สถานะ S-1 Filing (เอกสาร IPO)ยังไม่ยื่นอย่างเป็นทางการ (มีรายงานว่าอาจยื่นแบบ Confidential)
โครงสร้างหุ้นมีรายงานว่าจะใช้ Dual-Class Share เพื่อให้ Musk ยังคงอำนาจควบคุม

Elon Musk ยืนยันต่อสาธารณะแล้วว่ารายงานเรื่อง IPO ในปี 2026 นั้น "ถูกต้อง" ขณะที่ข้อมูลจากตลาด Prediction Market (Kalshi) ให้โอกาส 81% ที่ SpaceX จะประกาศ IPO ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2026

PitchBook/Morningstar ประเมิน Fair Value ของ SpaceX อยู่ในช่วง 1.1 ถึง 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ไทม์ไลน์ IPO ยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด การตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล และความคืบหน้าของ Starship

ตัวเลขการเงิน SpaceX ที่เปิดเผยแล้ว

SpaceX ยังไม่เคยเปิดเผยงบการเงินต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ แต่มีข้อมูลประมาณการจากนักวิเคราะห์และข้อมูลที่รั่วออกมาจากเอกสารภายใน ตัวเลขเหล่านี้เป็นการประมาณการและอาจแตกต่างจากตัวเลขจริงที่จะปรากฏใน S-1

รายการตัวเลขประมาณการ
รายได้รวม 2025~16,000 ล้าน USD (SpaceX + xAI)
รายได้ Starlink 2025~10,600 ล้าน USD (~67% ของรายได้รวม)
EBITDA 2025~7,500 ถึง 8,000 ล้าน USD
Starlink EBITDA Margin~54%
กำไรสุทธิประมาณการ~3,000 ล้าน USD (ตัวเลขนี้รวมผลขาดทุนของ xAI แล้ว)
อัตราเติบโตรายได้ YoY~50%
จำนวนการปล่อยจรวดต่อปีมากกว่า 100 ครั้ง (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน)

เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดเศรษฐกิจที่คนไทยคุ้นเคย Valuation เป้าหมาย 1.25-1.5 ล้านล้านดอลลาร์ของ SpaceX นั้นมากกว่า GDP ของประเทศไทยทั้งปี (~500,000 ล้านดอลลาร์) ราว 3 เท่า หรือเทียบได้กับ Market Cap ของบริษัทที่ใหญ่ที่สุด 5 อันดับแรกของโลก อย่าง Apple, Microsoft และ Nvidia

Valuation Target 1.5 ล้านล้านดอลลาร์: มุมมองจากนักวิเคราะห์

ด้วยตัวเลขประมาณการข้างต้น Valuation ของ SpaceX ณ ราคา IPO ที่คาดการณ์จะอยู่ที่ระดับ

Spacenomics Space Economy

นักวิเคราะห์จาก PitchBook/Morningstar มองว่า Valuation นี้ "แพง แต่ไม่ถึงกับไร้เหตุผล" หากมองในระยะ 5 ถึง 7 ปี โดยมีเงื่อนไขว่า SpaceX ต้องสามารถพัฒนา Starship ให้ใช้งานเชิงพาณิชย์ได้ตามแผน และ Starlink ยังคงเติบโตในอัตราสูง พร้อมคาดการณ์รายได้ในปี 2040 ที่ 150,000 ล้านดอลลาร์และ EBITDA ที่ 95,000 ล้านดอลลาร์

ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายมองต่างมุม โดยชี้ว่าเพื่อให้ Valuation 1.5 ล้านล้านดอลลาร์คุ้มค่าสำหรับนักลงทุน Market Cap ต้องเติบโตเป็นอย่างน้อย 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2031 ซึ่งหมายความว่าบริษัทต้องสร้างกำไรสุทธิราว 80,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ณ จุดนั้น ตัวเลขที่สูงกว่าบริษัทส่วนใหญ่ในโลก ณ ปัจจุบัน

ทั้งสองมุมมองสะท้อนว่า SpaceX เป็นหุ้นที่ถูก Price In ด้วยความคาดหวังการเติบโตที่สูงมาก ไม่ใช่กำไรปัจจุบัน

ความเสี่ยงของหุ้น SpaceX ที่ต้องพิจารณา

Valuation สูงมาก ที่ P/S 94 เท่าและ P/E 500 เท่า ราคา IPO ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า SpaceX จะสามารถขยายรายได้อย่างก้าวกระโดดในอีก 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า หากการเติบโตช้ากว่าที่คาด ราคาหุ้นอาจปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ

Float ต่ำมาก (~3.3%) เมื่อมีหุ้นหมุนเวียนในตลาดน้อย ความผันผวนของราคาจะสูงกว่าปกติ นักวิเคราะห์คาดว่าหุ้น SpaceX อาจมีความผันผวน 20 ถึง 30% จากเหตุการณ์สำคัญต่างๆ สูงกว่าหุ้น Tesla ที่มี Float มากกว่า

ความเสี่ยงจากการควบรวม xAI xAI (รวม Grok และ X) ยังขาดทุนอยู่ มีรายงานว่าใช้เงินราว 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน การรวมธุรกิจที่ขาดทุนเข้ากับ SpaceX ทำให้ภาพรวมกำไรของบริษัทรวมดูแย่ลงเมื่อเทียบกับ SpaceX แบบ Standalone

Key Person Risk ธุรกิจทั้งหมดผูกกับ Elon Musk ในฐานะ CEO ของทั้ง SpaceX/xAI และ Tesla ความเสี่ยงด้าน Governance และบทบาททางการเมืองของ Musk อาจสร้างความผันผวนที่ไม่เกี่ยวกับผลประกอบการ นอกจากนี้ ดีลควบรวม xAI ยังถูกตั้งคำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจาก Musk เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของทั้งสองฝั่ง

ความไม่แน่นอนของ Starship การพัฒนาจรวด Starship ยังอยู่ระหว่างการทดสอบ หากล่าช้ากว่ากำหนดอย่างมีนัยสำคัญ อาจกระทบ Growth Story ทั้งหมด เพราะ Starship เป็นกุญแจสำคัญของหลายแผนธุรกิจในอนาคต ทั้งการขยาย Starlink, Orbital Data Center, และภารกิจไปดวงจันทร์/ดาวอังคาร

ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ xAI กำลังเผชิญการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลหลายประเทศในยุโรป เอเชีย และสหรัฐฯ เกี่ยวกับประเด็น Deepfake และการใช้ข้อมูลของ Grok ซึ่งอาจมีผลต่อกระบวนการ IPO

IPO ของ SpaceX จะส่งผลต่อหุ้นกลุ่ม Space Economy อย่างไร?

IPO ของ SpaceX ไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับหุ้น SpaceX เท่านั้น มีมุมมองจากนักวิเคราะห์หลายฝ่ายว่าเหตุการณ์นี้มีแนวโน้มที่จะดึงดูดความสนใจและเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ Space Sector โดยรวม

ปัจจุบัน SpaceX เป็นบริษัทเอกชนที่ยังไม่สามารถซื้อขายในตลาดหุ้นได้ แต่บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งที่อยู่ใน Space Economy เดียวกัน ทั้งในฐานะลูกค้า คู่แข่ง และพันธมิตรทางธุรกิจของ SpaceX ล้วนเป็นหุ้นที่ซื้อขายได้ในตลาดแล้ว ตัวอย่างเช่น

บริษัทความเกี่ยวข้องกับ SpaceX
Rocket Lab (RKLB)คู่แข่งด้าน Launch Services ที่เติบโตเร็ว เน้นจรวดขนาดเล็ก
AST SpaceMobile (ASTS)คู่แข่ง Starlink ในตลาด Direct-to-Cell
Planet Labs (PL)ลูกค้าที่ใช้ Falcon 9 ปล่อยดาวเทียม Earth Observation
MDA Ltd (MDA)ผู้ผลิตอุปกรณ์ดาวเทียมและ Robotics สำหรับอวกาศ
EchoStar (SATS)ขายสเปกตรัมให้ SpaceX มูลค่ากว่า 22,000 ล้าน USD (รับเป็นหุ้น SpaceX บางส่วน)

นอกจากนี้ IPO ขนาดใหญ่ของ SpaceX อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของตลาดในระยะสั้น เนื่องจากนักลงทุนสถาบันอาจจัดสรรเงินส่วนหนึ่งไปรอจองซื้อหุ้น SpaceX ซึ่งอาจทำให้หุ้นตัวอื่นในกลุ่มเดียวกันได้รับผลกระทบชั่วคราว

ทำความรู้จักกองทุนที่ลงทุนในธีม Space Economy ในไทย

สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาธีม Space Economy ปัจจุบันในประเทศไทยมีกองทุนรวมที่ลงทุนในธีมนี้อยู่ ตัวอย่างเช่น

A-JEDI เป็น Feeder Fund ที่ลงทุนใน VanEck Space Innovators UCITS ETF (Ticker: JEDI) กองทุนหลักมีนโยบาย Passive (ติดตามดัชนี MVIS Global Space Industry ESG Index) ถือหุ้น 25 ตัวทั่วโลก ครอบคลุมธุรกิจจรวด ดาวเทียม และบริการสื่อสารอวกาศ

ข้อมูล JEDI ETF (กองทุนหลัก)รายละเอียด
AUM~1,000 ล้าน USD (ณ มี.ค. 2026)
จำนวนหุ้นที่ถือ25 ตัว
TER (ค่าใช้จ่ายกองทุน)0.55% ต่อปี
Top HoldingsPlanet Labs (8.13%), Rocket Lab (7.61%), AST SpaceMobile (6.35%), MDA (6.16%), EchoStar (6.16%)
ผลตอบแทน 1 ปี (ณ ก.พ. 2026)+125.51%
สไตล์การบริหารPassive (Full Replication)

LHSPACE (LH Fund) เป็น Feeder Fund ที่ลงทุนใน Neuberger Berman Next Generation Space Economy Fund กองทุนหลักมีนโยบาย Active โดย Neuberger Berman เลือกหุ้นที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมอวกาศ ตั้งแต่ดาวเทียม IoT ไปจนถึงการท่องเที่ยวอวกาศ

ข้อมูล LHSPACEรายละเอียด
กองทุนหลักNeuberger Berman Next Generation Space Economy Fund
ระดับความเสี่ยง6
ลงทุนขั้นต่ำ1,000 บาท
สไตล์การบริหารActive

ทั้งสองกองทุนมีแนวทางการลงทุนที่ต่างกัน A-JEDI เน้น Passive ติดตามดัชนีหุ้นอวกาศ 25 ตัว ส่วน LHSPACE เน้น Active ให้ผู้จัดการกองทุนเลือกหุ้นเอง ผู้ลงทุนที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของแต่ละกองทุน

เกี่ยวกับ SpaceX ใน JEDI ETF: ปัจจุบัน SpaceX ยังเป็นบริษัทเอกชนจึงไม่ได้อยู่ในดัชนี MVIS Global Space Industry ESG Index หาก SpaceX ผ่านเกณฑ์ของดัชนีหลัง IPO (รวมถึงเกณฑ์ ESG Screening และ Revenue Requirement) ก็เป็นไปได้ที่จะถูกพิจารณาเพิ่มเข้าในดัชนีในอนาคต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของดัชนี โดยเฉพาะหลังจากรวม xAI เข้ามาในโครงสร้างบริษัทแล้ว

Spacenomics Space Economy

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหุ้น SpaceX

หุ้น SpaceX ซื้อได้แล้วหรือยัง? ยังไม่ได้ ณ มีนาคม 2026 SpaceX ยังเป็นบริษัทเอกชน (Private Company) ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหุ้น นักลงทุนทั่วไปยังไม่สามารถซื้อหุ้น SpaceX ได้โดยตรง จนกว่า IPO จะเสร็จสมบูรณ์

SpaceX IPO วันไหน? มีรายงานว่าเป้าหมายคือช่วงกลางปี 2026 (อาจเป็นเดือนมิถุนายน) แต่ยังไม่มีการประกาศวันที่อย่างเป็นทางการ และไทม์ไลน์อาจเปลี่ยนแปลงได้

SpaceX กับ Starlink ต่างกันอย่างไร? Starlink เป็นหน่วยธุรกิจหนึ่งภายใต้ SpaceX (ไม่ใช่บริษัทแยก) เป็นบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม ส่วน SpaceX เป็นบริษัทแม่ที่ดำเนินธุรกิจทั้งด้านจรวด ดาวเทียม และหลังจากควบรวมแล้ว ยังรวม xAI (Grok) และ X (Twitter) ด้วย

SpaceX IPO แล้วจะเข้ากองทุน JEDI ETF หรือ LHSPACE ได้เลยหรือไม่? ไม่จำเป็น แต่ละกองทุนมีเกณฑ์การคัดเลือกหุ้นที่ต่างกัน สำหรับ JEDI ETF นั้นติดตามดัชนี MVIS Global Space Industry ESG Index ซึ่ง SpaceX จะต้องผ่านเกณฑ์ของดัชนีก่อน (รวมถึง ESG Screening) สำหรับ LHSPACE ที่เป็น Active Fund ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน Neuberger Berman

Valuation 1.25-1.5 ล้านล้านดอลลาร์ เทียบกับอะไรได้บ้าง? มากกว่า GDP ประเทศไทยราว 3 เท่า ใกล้เคียงกับ Market Cap ของ Meta Platforms หรือ Saudi Aramco และใหญ่กว่า Market Cap ของ Tesla อย่างมีนัยสำคัญ

สรุป

SpaceX เป็น IPO ที่ทั้งโลกจับตามอง ด้วยขนาดธุรกิจ อัตราเติบโต และบทบาทในอุตสาหกรรมอวกาศที่ไม่มีบริษัทไหนเทียบได้ แต่ในขณะเดียวกัน Valuation ที่สูงลิ่ว ความซับซ้อนจากการรวม xAI เข้ามา และสัดส่วน Float ที่ต่ำมาก ล้วนเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

สำหรับผู้ที่สนใจธีม Space Economy มีทั้งกองทุนแบบ Passive อย่าง A-JEDI และแบบ Active อย่าง LHSPACE ที่ลงทุนในบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ใน Ecosystem เดียวกับ SpaceX ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนของแต่ละกองทุนอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

ข้อมูลในบทความนี้รวบรวมจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อถือได้ ณ วันที่เผยแพร่ (มีนาคม 2026) แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา บทความนี้ไม่ได้จัดทำโดยผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับอนุญาต และไม่ถือเป็นคำเสนอ คำแนะนำ หรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนของกองทุนและปรึกษาผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับอนุญาตก่อนตัดสินใจลงทุน ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลตอบแทนในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินลงทุนคืนน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก

แหล่งข้อมูล

All Articles