รายงานล่าสุดระบุว่า เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 1976 ยานอวกาศที่มีรูปร่างโดดเด่นคล้ายกับลูกบอลดิสโก้ได้เข้าสู่วงโคจรที่ความสูงเกือบ 3,700 ไมล์ (6,000 กิโลเมตร) เหนือพื้นโลก ดาวเทียมดวงนี้มีชื่อว่า LAGEOS (Laser Geodynamics Satellite) เป็นทรงกลมเงาวาวขนาดกว้าง 2 ฟุต (60 เซนติเมตร) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือวัดทางภูมิศาสตร์ที่มีความแม่นยำสูงสุดดวงหนึ่งในประวัติศาสตร์
โครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อความยั่งยืน
จากการเปิดเผยของ NASA ตัวดาวเทียม LAGEOS ถูกปกคลุมด้วย Retroreflectors จำนวน 426 ชิ้น ซึ่งเป็นปริซึมกระจกขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนแสงเลเซอร์กลับไปยังแหล่งกำเนิดโดยตรง ภายใต้เปลือกนอกที่เป็นอลูมิเนียมคือแกนทองเหลืองที่มีความหนาแน่นสูง ส่งผลให้ดาวเทียมดวงนี้มีน้ำหนักมากถึง 900 ปอนด์ (400 กิโลกรัม) แม้จะมีขนาดกะทัดรัดก็ตาม
Retroreflectors (อุปกรณ์สะท้อนกลับ): คืออุปกรณ์ทางทัศนศาสตร์ที่สามารถสะท้อนลำแสงกลับไปยังทิศทางเดิมที่แสงนั้นส่องมาได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าแสงจะกระทบในมุมใดก็ตาม
ความหนักหน่วงนี้เป็นการตั้งใจออกแบบเพื่อให้ดาวเทียมมีวงโคจรที่เสถียรอย่างยิ่ง เหมาะสำหรับการใช้งานเทคนิค Satellite Laser Ranging (SLR) โดยสถานีภาคพื้นดินทั่วโลกจะยิงลำแสงเลเซอร์ไปยัง LAGEOS และวัดระยะเวลาที่แสงเดินทางกลับมา เนื่องจากความเร็วของแสงเป็นค่าที่ทราบแน่ชัด นักวิจัยจึงสามารถคำนวณระยะห่างระหว่างสถานีกับดาวเทียมได้แม่นยำในระดับไม่กี่มิลลิเมตร
บทบาทสำคัญในการศึกษาโลก
การวิเคราะห์พบว่าในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลการวัดระยะที่แม่นยำเป็นพิเศษเหล่านี้ได้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถติดตามการเคลื่อนที่อันเชื่องช้าของ Tectonic plates หรือแผ่นเปลือกโลก ติดตามความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยของเปลือกโลก และวัดการเคลื่อนตัวตามแนวรอยเลื่อนสำคัญๆ ข้อมูลจาก LAGEOS ยังช่วยให้เราเข้าใจรูปทรงของโลกได้ชัดเจนขึ้น และปรับปรุงแบบจำลองสนามแรงโน้มถ่วงของพลาเน็ตให้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ LAGEOS ยังมีส่วนช่วยในการทดสอบ ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ โดยช่วยยืนยันผลกระทบที่คาดการณ์ไว้เกี่ยวกับวงโคจรของวัตถุมวลมากรอบโลก
ภารกิจต่อเนื่องสู่ลูกหลาน
ในปี 1992 องค์การอวกาศอิตาลีได้สร้าง LAGEOS II ซึ่งเป็นดาวเทียมคู่แฝดและส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยกระสวยอวกาศ Columbia การมีดาวเทียมสองดวงช่วยให้การเปรียบเทียบข้อมูลมีความแม่นยำสูงขึ้นไปอีกระดับ และทั้งคู่ได้กลายเป็นมาตรฐานอ้างอิงระยะยาวสำหรับวิทยาศาสตร์โลก
แม้จะเป็นหนึ่งในดาวเทียมวิทยาศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงใช้งานอยู่ แต่ด้วยการออกแบบที่เรียบง่าย ไม่ต้องบำรุงรักษา และแรงต้านในวงโคจรระดับสูงที่น้อยมาก คาดว่า LAGEOS จะยังคงโคจรรอบโลกต่อไปได้นานนับล้านปี เพื่อเป็นมรดกทางวิทยาศาสตร์ส่งต่อไปยังอนาคต
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษา รายละเอียดประวัติและการออกแบบของ LAGEOS เพิ่มเติม หรือรับชม ข้อความถึงอนาคตจาก Carl Sagan ที่ถูกซ่อนไว้ภายในดาวเทียมดวงนี้









