จากการเปิดเผยล่าสุดของ NASA หน่วยงานวิทยาศาสตร์โลก (Earth Science Division - ESD) กำลังเผชิญกับความท้าทายในการจัดการข้อมูลมหาศาลจากดาวเทียมสำรวจโลกที่ติดตามปรากฏการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่การเคลื่อนที่ของฝุ่นละอองในชั้นบรรยากาศไปจนถึงความชื้นในดิน ข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการกำหนดนโยบาย การเกษตร และการวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศทั่วโลก โดยมี Betsy Ford นักวิเคราะห์การตัดสินใจจาก ศูนย์วิจัย Langley เป็นฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลเพื่ออนาคตของดาวเทียมสำรวจโลก
Betsy Ford ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าทีมโครงการ NESSIE (NASA Earth Science Strategic Integration Environment) ภายใต้กองอำนวยการวิเคราะห์ระบบและแนวคิด (SACD) โดยโครงการ NESSIE คือระบบบูรณาการข้อมูลเชิงกลยุทธ์ที่ NASA พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้นักวิทยาศาสตร์และผู้กำหนดนโยบายเห็นภาพรวมของภารกิจสำรวจโลกทั้งหมด ช่วยให้สามารถตัดสินใจท่ามกลางความไม่แน่นอนของเทคโนโลยีและงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากสายการผลิตรถยนต์สู่การสำรวจอวกาศ
เส้นทางอาชีพของ Ford มีจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ โดยหลังจากจบการศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องกลจาก Virginia Tech เธอได้เข้าทำงานที่ General Motors (GM) ในเมืองดีทรอยต์ โดยทำหน้าที่เป็นวิศวกรบูรณาการมวลสำหรับรถยนต์รุ่น Corvette และต่อมาเป็นวิศวกรด้านความปลอดภัยของผู้โดยสารที่ดูแลการทดสอบการชน (Crash Testing) ประสบการณ์จากการทำงานในอุตสาหกรรมหนักและการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการจัดการวิศวกรรม ทำให้เธอมีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
การวิเคราะห์ระบุว่า เมื่อตำแหน่งงานในสาขาการวิเคราะห์ภารกิจอวกาศเปิดขึ้นที่ NASA Langley เธอจึงได้นำทักษะด้านวิศวกรรมระบบมาประยุกต์ใช้ในการสร้างแบบจำลองและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกแทนการทดสอบแรงกระแทกของตัวถังรถยนต์
การหาเรื่องราวจากข้อมูลมหาศาลด้วย NESSIE
ปัญหาหลักที่ NESSIE เข้ามาแก้ไขคือปัญหาด้านสถาปัตยกรรมข้อมูล เนื่องจากปัจจุบันมีดาวเทียมสำรวจโลกนับร้อยดวง ทั้งของ NASA และพันธมิตรนานาชาติ ที่คอยบันทึกค่าต่าง ๆ บนโลก NESSIE จึงถูกออกแบบมาให้เป็นแอปพลิเคชันที่แสดงแผนที่ความร้อน (Heat Map) ของแต่ละภารกิจ เปรียบเทียบกับตัวแปรทางวิทยาศาสตร์ 34 ประการ เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์เห็นว่ามีช่องว่างของข้อมูลตรงไหน และภารกิจใดที่กำลังจะสิ้นสุดลง
นอกจากนี้ ทีมงานยังเตรียมนำระบบนี้ไปใช้สนับสนุน การสำรวจทศวรรษ (Decadal Survey) ซึ่งเป็นเอกสารวางแผนยุทธศาสตร์ที่จัดทำโดย National Academies เพื่อกำหนดทิศทางงานวิจัยและการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ในระดับชาติสำหรับระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า ซึ่ง Ford ระบุว่าเป็นขั้นตอนสำคัญในการใช้ข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนการวางแผนภารกิจในอนาคตให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ข้อมูลจากอวกาศที่จับต้องได้ในพื้นที่การเกษตร
แม้ว่างานด้านวิทยาศาสตร์โลกจะดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ Ford พบว่าผลลัพธ์ของมันเกิดขึ้นจริงที่ฟาร์มของครอบครัวเธอในรัฐเนบราสกา เมื่อเธอได้เห็นญาติ ๆ ใช้สมาร์ทโฟนเข้าถึงข้อมูลความชื้นในดินจากดาวเทียมเพื่อดูแลพืชผล ซึ่งข้อมูลนี้เข้ามาแทนที่วิธีการเดิมที่ต้องใช้แท่งโลหะปักลงในดินด้วยมือ
"ข้อมูลเหล่านี้เข้าถึงผู้คนมากกว่าที่หลายคนคิด เกษตรกรที่กำลังปลูกอาหารให้คุณกินอยู่ทุกวัน ล้วนใช้ข้อมูลจากดาวเทียมเหล่านี้ทั้งสิ้น"
ปัจจุบัน Ford ในฐานะผู้นำยุคใหม่กำลังถ่ายทอดกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบให้กับทีมวิศวกรรุ่นเยาว์ โดยเธอย้ำว่าความสวยงามของการทำงานที่ NASA คือการให้อิสระในการกำหนดนิยามของปัญหาและค้นหาคำตอบด้วยความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยากในภาคอุตสาหกรรมทั่วไป
สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานของสาขาการวิเคราะห์ภารกิจอวกาศ สามารถติดตามข้อมูลได้ที่ เว็บไซต์ของหน่วยงาน












