กองทุนอวกาศในไทย: เมื่อจักรวาลกลายเป็นโอกาสการลงทุน
อวกาศไม่ใช่แค่เรื่องในหนัง — แต่เป็นเศรษฐกิจจริงที่โตปีละ 6 แสนล้านดอลลาร์
หลายคนได้ยินคำว่า "ลงทุนในอวกาศ" แล้วอาจนึกถึงหนัง Sci-Fi หรือคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความจริงแล้ว เศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) เป็นอุตสาหกรรมที่ทำเงินจริง ๆ และกำลังเติบโตเร็วมาก
ในปี 2024 เศรษฐกิจอวกาศโลกมีมูลค่ารวม 613,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 21 ล้านล้านบาท) โตเฉลี่ยปีละ 7–8% โดย 78% มาจากภาคเอกชน ไม่ใช่แค่รัฐบาลอีกต่อไป
McKinsey คาดว่าตัวเลขนี้จะพุ่งไปถึง 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2035 หรือโตเกือบ 3 เท่าในรอบ 10 ปี ขณะที่ Morgan Stanley ประเมินว่าจะแตะ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2040
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้มาจากความฝัน แต่มาจากธุรกิจจริง ๆ ที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน
"ธุรกิจอวกาศ" คืออะไรกันแน่?
เมื่อพูดถึงธุรกิจอวกาศ ไม่ได้หมายถึงแค่การส่งจรวดขึ้นไป แต่หมายถึงระบบนิเวศทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง:
- อินเทอร์เน็ตดาวเทียม — Starlink ของ SpaceX มีผู้ใช้แล้วกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก ใน 155 ประเทศ Amazon ก็กำลังปล่อยดาวเทียม Project Kuiper แข่ง ตลาดนี้คาดว่าจะโตจาก 10,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 22,600 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2030
- ดาวเทียมสำรวจโลก — ข้อมูลจากดาวเทียมถูกนำมาใช้ในการเกษตร พยากรณ์อากาศ ประกันภัย และติดตามภัยธรรมชาติ คนไทยอาจไม่รู้ตัว แต่แอปพยากรณ์อากาศ แผนที่ GPS และแม้แต่บริการเรียกรถก็อาศัยเทคโนโลยีดาวเทียมทั้งนั้น
- บริการส่งจรวด — ปี 2025 มีการปล่อยจรวดทุก ๆ 28 ชั่วโมง SpaceX ปล่อย Falcon 9 ถึง 165 ครั้ง ตลาดนี้คาดว่าจะโตจาก 13,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 32,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2035
- กลาโหมและความมั่นคง — งบอวกาศด้านกลาโหมทั่วโลกแตะสถิติ 73,500 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 สหรัฐฯ มีงบ Space Force ถึง 28,700 ล้านดอลลาร์ การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนผลักดันให้งบส่วนนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
- สำรวจดวงจันทร์และอวกาศลึก — NASA กำลังจะส่งนักบินอวกาศโคจรรอบดวงจันทร์อีกครั้งในภารกิจ Artemis II ช่วงมีนาคม–เมษายน 2026 และมี 18 ประเทศประกาศภารกิจไปดวงจันทร์ในทศวรรษนี้
ทำไมปี 2026 ถึงน่าจับตามอง?
มีเหตุการณ์สำคัญหลายอย่างที่อาจเป็นตัวเร่งให้กลุ่มหุ้นอวกาศเติบโต:
SpaceX อาจเข้าตลาดหลักทรัพย์กลางปี 2026 — บริษัทอวกาศที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก (ประเมินกว่า 800,000 ล้าน – 1 ล้านล้านดอลลาร์) กำลังเตรียม IPO ซึ่งจะเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วไปเข้าถึง SpaceX ได้เป็นครั้งแรก และกองทุนอวกาศต่าง ๆ ก็จะสามารถเข้าลงทุนใน SpaceX ได้ด้วย
ภารกิจ Artemis II — มนุษย์จะกลับไปโคจรรอบดวงจันทร์เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี
การลงทุนภาคเอกชนพุ่ง 65% — แตะ 55,300 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 ครอบคลุม 431 บริษัท IPO ในกลุ่มอวกาศกลับมาคึกคักหลังหายไป 2 ปี
งบกลาโหมเพิ่มขึ้นทั่วโลก — ชาติ NATO ตั้งเป้างบกลาโหม 5% ของ GDP สหรัฐฯ มีโครงการ Golden Dome ที่อาจใช้งบกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์ในระยะ 20 ปี
แล้วนักลงทุนไทยเข้าถึงธีมอวกาศได้อย่างไร?
ข่าวดีคือ ปัจจุบันนักลงทุนไทยมีตัวเลือกกองทุนอวกาศให้ลงทุนได้แล้ว 2 กอง ทั้งสองกองเป็น Feeder Fund ที่นำเงินไปลงทุนในกองทุนหลักต่างประเทศที่เน้นธีมอวกาศโดยเฉพาะ แต่ใช้แนวทางที่แตกต่างกัน:
กองทุนที่ 1: LHSPACE (บลจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์)
LHSPACE เป็นกองทุนอวกาศกองแรกในไทย เปิดตัวเมื่อกันยายน 2024 มีทั้งรุ่นสะสมมูลค่า (LHSPACE-A) และรุ่นจ่ายปันผล (LHSPACE-D)
กองทุนนี้นำเงินไปลงทุนใน Neuberger Berman Next Generation Space Economy Fund ซึ่งเป็นกองทุน Active — หมายความว่ามีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคอยคัดเลือกหุ้นอวกาศที่น่าสนใจ ไม่ได้ลงทุนตามดัชนีอัตโนมัติ ผู้จัดการสามารถเลือกหุ้นได้กว้างกว่า ครอบคลุม "เศรษฐกิจอวกาศ" ในความหมายที่กว้าง
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| เปิดตัว | กันยายน 2024 |
| กองทุนหลัก | Neuberger Berman Next Generation Space Economy Fund |
| วิธีการลงทุน | Active (ผู้จัดการเลือกหุ้น) |
| ขนาดกอง | ~352.6 ล้านบาท |
| ลงทุนขั้นต่ำ | 1,000 บาท |
| จ่ายปันผล | มีให้เลือก (LHSPACE-D) |
| ผลตอบแทน 1 ปี | ~+58% |
จุดเด่น: มี track record แล้วกว่า 1 ปี ผลตอบแทนดี มีตัวเลือกจ่ายปันผล และได้ประโยชน์จากการคัดเลือกหุ้นโดยทีมผู้จัดการที่มีประสบการณ์ เหมาะกับคนที่ชอบให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลพอร์ต
กองทุนที่ 2: A-JEDI (บลจ. แอสเซท พลัส)
A-JEDI เป็นน้องใหม่ เพิ่งเปิดตัวเมื่อกุมภาพันธ์ 2026 เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ ATrackers ของ บลจ. แอสเซท พลัส ที่เน้นกองทุน Passive ติดตามธีมเฉพาะทาง
กองทุนนี้นำเงินไปลงทุนใน VanEck Space Innovators UCITS ETF (JEDI) ซึ่งเป็นกองทุน Passive ที่ลงทุนตามดัชนี MVIS Global Space Industry ESG Index มีเกณฑ์ชัดเจนว่าบริษัทต้องมีรายได้จากอวกาศอย่างน้อย 50% (pure-play) ทำให้ได้พอร์ตที่เป็น "อวกาศแท้ ๆ" ไม่มีบริษัทกลาโหมยักษ์ใหญ่ที่ทำอวกาศเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ มาปนอยู่
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| เปิดตัว | กุมภาพันธ์ 2026 |
| กองทุนหลัก | VanEck Space Innovators UCITS ETF (JEDI) |
| วิธีการลงทุน | Passive (ตามดัชนี) |
| ขนาดกอง | ~150.5 ล้านบาท (เปิดใหม่) |
| ขนาดกองทุนหลัก | ~950 ล้านดอลลาร์ (~33,000 ล้านบาท) |
| ลงทุนขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าใช้จ่ายรวม | 2.39% ต่อปี |
| จ่ายปันผล | ไม่จ่าย (สะสมมูลค่า) |
| ป้องกันค่าเงิน | ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจผู้จัดการ |
จุดเด่น: กองทุนหลัก (JEDI ETF) มีผลตอบแทนโดดเด่นมากนับจากเปิดตัวในปี 2022 — มากกว่า +270% ขนาดกองหลักใหญ่เกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์ พอร์ตโปร่งใสตามดัชนี เน้นบริษัทอวกาศแท้ ๆ ถือหุ้น 25 ตัว เช่น Rocket Lab (บริการส่งจรวด), Planet Labs (ดาวเทียมสำรวจโลก), AST SpaceMobile (อินเทอร์เน็ตมือถือผ่านดาวเทียม) และเริ่มต้นลงทุนเพียง 500 บาท
เปรียบเทียบทั้งสองกองแบบเห็นภาพ
| LHSPACE | A-JEDI | |
|---|---|---|
| แนวทาง | Active (ผู้จัดการเลือกหุ้น) | Passive (ตามดัชนี) |
| ความ "เพียว" ของธีมอวกาศ | กว้างกว่า (space economy) | เข้มข้นกว่า (pure-play 50%+ รายได้) |
| ลงทุนขั้นต่ำ | 1,000 บาท | 500 บาท |
| ตัวเลือกปันผล | มี | ไม่มี |
| Track record | ~1.5 ปี (+58% ใน 1 ปี) | เปิดใหม่ (ยังไม่มี) |
| จุดแข็ง | มีคนดูแลพอร์ต มีผลงานแล้ว | โปร่งใส กองหลักใหญ่ เริ่มต้นง่าย |
| เหมาะกับ | คนที่เชื่อมั่นในผู้จัดการ | คนที่ชอบ Passive ตามดัชนี |
ทั้งสองกองมีระดับความเสี่ยงสูง (ระดับ 6 จาก 8) และมีความเสี่ยงค่าเงินเหมือนกัน ไม่ว่าจะเลือกกองไหน ควรทำความเข้าใจว่ากองทุนธีมมีความผันผวนสูงกว่ากองทุนหุ้นทั่วไป
สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
ธีมอวกาศเป็นเทรนด์การลงทุนที่น่าสนใจ แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน สิ่งที่ควรพิจารณา:
เรื่องดี: เศรษฐกิจอวกาศเป็นเรื่องจริง เติบโตต่อเนื่อง มี catalyst สำคัญรออยู่ในปี 2026 (SpaceX IPO, Artemis II) และเป็นอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในช่วงต้นของการเติบโต
เรื่องที่ต้องระวัง: หุ้นกลุ่มอวกาศหลายตัวปรับขึ้นมาแล้วมากในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา บริษัทหลายแห่งยังไม่มีกำไร ค่าธรรมเนียมกองทุนไทยค่อนข้างสูง (2%+) และงานวิจัยจาก Morningstar ชี้ว่ามีเพียง 9% ของกองทุนธีมที่สามารถอยู่รอดและชนะตลาดได้ในระยะยาว
คำแนะนำทั่วไป: หากสนใจ ควรจัดสรรเป็นสัดส่วนเล็ก ๆ ของพอร์ต (5–10%) ใช้วิธีทยอยซื้อ (DCA) และมีขอบเขตการลงทุนอย่างน้อย 5 ปี
สำหรับใครที่อยากศึกษาเพิ่มเติม สามารถดูข้อมูลกองทุน A-JEDI ได้ที่เว็บไซต์ของ บลจ. แอสเซท พลัส และกองทุน LHSPACE ที่เว็บไซต์ของ บลจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ หรือเปรียบเทียบทั้งสองกองได้บนแพลตฟอร์มขายกองทุนออนไลน์ต่าง ๆ
Disclaimer: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต




