รายงานล่าสุดระบุว่า หนึ่งในสามดาวเทียมที่ประกอบขึ้นเป็นภารกิจ Investigation of Convective Updrafts หรือ INCUS ของ NASA ได้เสร็จสิ้นขั้นตอนการทดสอบที่ศูนย์ปฏิบัติการของ Blue Canyon Technologies ในเมืองลาฟาแยต รัฐโคโลราโด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการปล่อยตัวเข้าสู่ห้วงอวกาศในปี 2027 โดยภารกิจนี้มีเป้าหมายสำคัญในการสำรวจพลวัตของพายุฝนฟ้าคะนองในเขตร้อนจากอวกาศเป็นครั้งแรก
การประสานงานของกลุ่มดาวเทียมขนาดเล็ก
จากการเปิดเผยของ NASA ภารกิจ INCUS จะใช้ดาวเทียมขนาดเล็กที่มีลักษณะเกือบเหมือนกันจำนวนสามดวง ปฏิบัติการบินในวงโคจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit) โดยมีการวางแผนการบินในลักษณะประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ดาวเทียมดวงแรกและดวงที่สองจะรักษาระยะห่างในการบินตามกันประมาณ 30 วินาที ในขณะที่ดวงที่สองและสามจะมีระยะห่างกัน 90 วินาที เพื่อให้สามารถสังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลงของพายุได้อย่างต่อเนื่องในระยะเวลาที่สั้นมาก
Convective Updrafts คือกระแสอากาศที่เคลื่อนที่ย้อนกลับขึ้นไปในแนวดิ่งอันเนื่องมาจากการพาความร้อน ซึ่งเป็นกลไกหลักที่ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงในพื้นที่เขตร้อน การทำความเข้าใจกลไกนี้จะช่วยให้การพยากรณ์ความรุนแรงของพายุทำได้แม่นยำยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีการตรวจวัดพลวัตของพายุ
การวิเคราะห์พบว่าดาวเทียมแต่ละดวงจะติดตั้งอุปกรณ์ Radar (เรดาร์) ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อตรวจวัดการเคลื่อนที่ในแนวดิ่งของอากาศและน้ำ หรือที่ทางเทคนิคเรียกว่า Convective Mass Flux (การไหลเวียนของมวลอากาศจากการพาความร้อน) ในขณะที่พายุกำลังก่อตัวและวิวัฒนาการ นอกจากนี้ ดาวเทียมดวงตรงกลางจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ Microwave Radiometer (ไมโครเวฟราดิโอมิเตอร์) เพิ่มเติมเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการเก็บข้อมูลสภาพภูมิอากาศ
ภารกิจ INCUS มีกำหนดการปล่อยตัวจาก Wallops Flight Facility ของ NASA ในรัฐเวอร์จิเนีย โดยได้รับทุนสนับสนุนผ่านโครงการ Earth Venture Mission-3 ภายใต้การดูแลของ Sue van den Heever นักวิจัยหลักจาก Colorado State University ภารกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Earth System Observatory ซึ่งเป็นเครือข่ายภารกิจเชื่อมโยงกันเพื่อศึกษาระบบธรรมชาติที่ซับซ้อนของโลก และยังเป็นส่วนหนึ่งของฝูงบินดาวเทียม FALCON ที่ผสานความร่วมมือระหว่างศูนย์วิจัยของ NASA มหาวิทยาลัย และพันธมิตรภาคเอกชน













