รายงานล่าสุดระบุว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ NASA ได้เปิดตัวโครงการวิทยาศาสตร์พลเมือง (Citizen Science) ใหม่ล่าสุดภายใต้ชื่อ Overlap Zoo โดยมีเป้าหมายเพื่อเชิญชวนอาสาสมัครจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมกันค้นหาและจำแนก กาแล็กซี (Galaxy) ที่ปรากฏซ้อนทับกันในห้วงอวกาศอันไกลโพ้น ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษา ฝุ่นคอสมิก (Cosmic Dust) ที่ปกติจะสังเกตเห็นได้ยาก
ปรากฏการณ์กาแล็กซีซ้อนทับ: ประภาคารธรรมชาติแห่งเอกภพ
ในห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ กาแล็กซี หรือกลุ่มของดาวฤกษ์นับพันล้านดวง ก๊าซ และฝุ่นที่ยึดเหนี่ยวกันไว้ด้วยแรงโน้มถ่วง มักจะกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป แต่ในบางครั้ง ตำแหน่งของกาแล็กซีสองแห่งจะเรียงตัวกันพอดีเมื่อมองจากโลกหรือกล้องโทรทรรศน์อวกาศ ทำให้ดูเหมือนพวกมันกำลังซ้อนทับกันอยู่ ปรากฏการณ์นี้ทำให้นักดาราศาสตร์สามารถใช้กาแล็กซีที่อยู่ด้านหลังเป็นเสมือน "ประภาคาร" หรือไฟฉายคอสมิกที่ส่องแสงผ่านกาแล็กซีที่อยู่ด้านหน้า
แสงจากกาแล็กซีพื้นหลังที่เดินทางผ่านกาแล็กซีด้านหน้าจะถูก ฝุ่นคอสมิก บดบังจนเกิดเป็นเงาสีคล้ำ (Silhouettes) ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างแผนที่การกระจายตัวของฝุ่นภายในกาแล็กซี และทำความเข้าใจว่าฝุ่นเหล่านี้ขัดขวาง กระเจิง หรือทำให้แสงจากดาวฤกษ์จางลงได้อย่างไร ข้อมูลเหล่านี้ยังช่วยให้นักดาราศาสตร์ปรับปรุงการคำนวณระยะทางของวัตถุที่อยู่ห่างไกลออกไปให้มีความแม่นยำมากขึ้นอีกด้วย
ความสำคัญของอาสาสมัครและฐานข้อมูลขนาดใหญ่
จากการเปิดเผยของ Trevor Butrum หัวหน้าโครงการ Overlap Zoo และนักศึกษาบัณฑิตศึกษา ระบุว่าความร่วมมือจากสาธารณชนเป็นกุญแจสำคัญในการวิจัยครั้งนี้:
"เมื่อการสังเกตการณ์กาแล็กซีใหม่ๆ เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว มันจึงกลายเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งสำหรับนักดาราศาสตร์ที่จะจำแนกคู่กาแล็กซีที่เข้าข่ายด้วยตนเองทั้งหมด ความช่วยเหลือของคุณจึงมีค่ามหาศาลในการสร้างฐานข้อมูลกาแล็กซีซ้อนทับที่ใหญ่ที่สุดและแม่นยำที่สุดเพื่อการวิเคราะห์ต่อไป"
วิธีการมีส่วนร่วมในโครงการ
อาสาสมัครในโครงการ Overlap Zoo จะได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบภาพที่ได้รับการคัดกรองเบื้องต้นจากโครงการ Galaxy Zoo โดยผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้วิธีการยืนยันการมีอยู่ของคู่กาแล็กซี จำแนกลักษณะเด่น และกำหนดขอบเขตของกาแล็กซีเหล่านั้น
การวิเคราะห์พบว่า โครงการนี้ไม่ต้องการประสบการณ์ด้านดาราศาสตร์มาก่อน เพียงแค่มีความสนใจและใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการพิจารณาภาพถ่ายอวกาศ ก็สามารถช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ในการทำความเข้าใจวิวัฒนาการของดวงดาวและทางช้างเผือกอื่นๆ ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ผู้ที่สนใจสามารถเริ่มต้นการเป็นนักดาราศาสตร์พลเมืองและช่วยเปิดเผยความลับของฝุ่นคอสมิกได้ทันทีผ่านเว็บไซต์โครงการ Overlap Zoo










