รายงานล่าสุดระบุว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ NASA ได้เปิดตัวโครงการวิจัยใหม่ในชื่อ Shock Detectives โดยเชิญชวนอาสาสมัครภาคพลเมือง (Citizen Science) เข้ามามีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับปรากฏการณ์ แนวกระแทกรูปหัวเรือ (Bow Shock) เพื่อศึกษาว่า ลมสุริยะ ส่งผลกระทบต่อสนามแม่เหล็กโลกอย่างไร และเตรียมความพร้อมรับมือกับความผันผวนของสภาพอวกาศที่อาจรบกวนระบบเทคโนโลยีบนพื้นโลก
ทำความรู้จักปรากฏการณ์ Bow Shock และลมสุริยะ
ตามปกติแล้ว ดวงอาทิตย์จะพ่นกระแสของอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าความเร็วสูงออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราเรียกว่า ลมสุริยะ (Solar Wind) เมื่อกระแสอนุภาคนี้พุ่งเข้าหาโลกด้วยความเร็วระดับ 90,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มันจะปะทะกับสนามแม่เหล็กที่เป็นเกราะป้องกันของโลก ณ จุดที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 56,000 ไมล์ การปะทะนี้ก่อให้เกิดคลื่นกระแทกขนาดมหึมาที่แผ่ขยายออกไปหลายแสนไมล์ เรียกว่า Bow Shock
นักวิทยาศาสตร์พบว่า บริเวณขอบเขตของคลื่นกระแทกนี้ สนามแม่เหล็กจะมีความแปรปรวนสูง ซึ่งอาจทำให้พลาสม่าจากดวงอาทิตย์มีสภาวะที่เรียกว่า "สับสน" (Chaotic) หรือในบางครั้งอาจคงสภาพที่ "สงบ" (Peaceful) ได้
"เมื่อพลาสม่าที่สับสนเข้าครอบงำ พลังงานจะสามารถเข้าสู่แมกนีโตสเฟียร์ของโลกได้มากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การขัดข้องของสัญญาณ GPS ระบบการสื่อสาร และโครงข่ายไฟฟ้า"
ภารกิจของอาสาสมัครในโครงการ Shock Detectives
โครงการนี้ต้องการแรงสนับสนุนจากภาคประชาชนในการคัดกรองข้อมูลจากภารกิจ Magnetospheric Multiscale (MMS) ซึ่งเป็นภารกิจของ NASA ที่ใช้ดาวเทียม 4 ดวงบินเกาะกลุ่มกันเพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลกในระดับละเอียด ข้อมูลที่รวบรวมมานานกว่า 10 ปีนั้นมีปริมาณมหาศาลเกินกว่าที่นักวิจัยจะวิเคราะห์ได้ทั้งหมดเพียงลำพัง
อาสาสมัครในฐานะ Shock Detectives จะทำหน้าที่ช่วยคัดแยกช่วงเวลาที่ข้อมูลแสดงลักษณะพลาสม่าที่สับสนออกจากพลาสม่าที่สงบ เพื่อเป็นเบาะแสสำคัญให้นักวิจัยเข้าใจถึงกลไกการถ่ายโอนพลังงานจากดวงอาทิตย์มายังโลกได้ดียิ่งขึ้น
ความสำคัญที่มากกว่าแค่เรื่องของโลก
ความรู้ที่ได้จากการศึกษา Bow Shock ระหว่างโลกและดวงอาทิตย์ในครั้งนี้ จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การปกป้องโลกเท่านั้น แต่จะช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจถึงอิทธิพลของลมสุริยะจากดาวฤกษ์ดวงอื่นที่ส่งผลกระทบต่อดาวเคราะห์ในระบบดาวบริวารนั้นๆ ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตความรู้ไปสู่ระดับเอกภพ
นอกจากนี้ โครงการนี้ยังมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับโครงการ Space Umbrella ซึ่งใช้ข้อมูลจากภารกิจ MMS เช่นเดียวกัน โดยโครงการ Space Umbrella จะมุ่งเน้นไปที่ภาพรวมของขอบเขตสนามแม่เหล็กโลก ในขณะที่ Shock Detectives จะเจาะลึกไปยังบริเวณรอยต่อ (Transition Region) ที่มีความหนาเพียงประมาณ 17 กิโลเมตร เพื่อดูพฤติกรรมของพลาสม่าอย่างละเอียด
ผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจสำรวจอวกาศและช่วยเหลือนักวิทยาศาสตร์ในการไขปริศนาครั้งนี้ สามารถเข้าร่วมโครงการได้ที่เว็บไซต์ https://go.nasa.gov/4wILD6Y โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ด้านวิทยาศาสตร์มาก่อน








