รายงานล่าสุดจากการเปิดเผยของ NASA ระบุว่าหน่วยงานได้ทำการแต่งตั้ง Eric Fernandez เข้าดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในตำแหน่งวิศวกรโทรมาตร ณ ฐานทัพอวกาศแวนเดนเบิร์ก (Vandenberg Space Force Base) รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา การขยับสถานะจากพนักงานสัญญาจ้างสู่ข้าราชการของ NASA ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เสริมสร้างศักยภาพหลักขององค์กร โดยเน้นการดึงบุคลากรในตำแหน่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภารกิจ (Mission-Critical) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างหลักเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำรวจดวงจันทร์ ดาวอังคาร และห้วงอวกาศลึกต่อไป
เส้นทางจากช่างเทคนิคสู่ฐานทัพอวกาศ
Eric Fernandez เติบโตขึ้นมาแถบชายฝั่งตอนกลางของแคลิฟอร์เนียในเมืองออร์คัตต์ (Orcutt) ซึ่งเป็นเมืองเกษตรกรรมที่เงียบสงบ แม้เขาจะหลงใหลในอวกาศและมีโปสเตอร์รูปจรวดติดอยู่บนผนังห้องในวัยเด็ก แต่เขาไม่เคยคาดคิดว่าวันหนึ่งอวกาศจะเป็นอาชีพของเขา หลังจากจบมัธยมปลาย เขาทำงานในทีมทาสีอยู่หลายปี ก่อนจะย้ายไปทำงานเป็นช่างซ่อมและติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าในร้านของพ่อตาในอนาคต ซึ่งเขาก็ทำได้ดีและมีแผนที่จะสืบทอดธุรกิจขนาดเล็กนั้น
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเพื่อนของเขาแจ้งข่าวเกี่ยวกับตำแหน่งงานในสายงาน โทรมาตร (Telemetry) ซึ่งในขณะนั้นเขาแทบไม่รู้จักความหมายของมัน แต่หลังจากผ่านการสัมภาษณ์ที่ห้องปฏิบัติการของ NASA ภายในฐานทัพทหาร ความสามารถด้านอิเล็กทรอนิกส์ ทักษะการแก้ปัญหา และการบัดกรีของเขาได้สร้างความประทับใจให้กับทีมงานเป็นอย่างมาก
ความสำคัญของ 'โทรมาตร' ในภารกิจสำรวจอวกาศ
จากการวิเคราะห์พบว่า Eric Fernandez ได้เริ่มเข้าทำงานในฐานะช่างเทคนิคภายใต้สัญญาจ้าง Expendable Launch Vehicle Integrated Support (ELVIS) เมื่อ 17 ปีก่อน และได้เลื่อนตำแหน่งเป็นวิศวกรโทรมาตรในปี 2019 โดยมีส่วนร่วมในภารกิจปล่อยจรวดของ NASA มาแล้วถึง 27 ครั้ง รวมถึงสนับสนุนภารกิจทางทหารและภาคเอกชนอีกนับร้อยครั้ง
ระบบ โทรมาตร (Telemetry) คือกระบวนการรวบรวมข้อมูลและการวัดระยะไกลจากยานอวกาศหรือจรวดส่งกลับมายังโลก เพื่อให้ทีมงานทราบถึงสถานะความสมบูรณ์ของจรวดตั้งแต่ขั้นตอนการเติมเชื้อเพลิงบนแท่นปล่อย ไปจนถึงขณะทะยานอยู่ในชั้นบรรยากาศและการส่งดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรที่ถูกต้อง
หน้าที่หลักของทีมโทรมาตรคือการทำให้มั่นใจว่าผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำที่สุดในแบบเรียลไทม์เพื่อใช้ในการสั่งการสำคัญๆ ทีมงานจะใช้เครื่องมืออย่าง bit-error-rate tests (BERTs) เพื่อทดสอบสุขภาพของเครือข่ายสัญญาณ และใช้ดาวเทียมเฉพาะทางในการถ่ายทอดข้อมูลระหว่างที่จรวดกำลังทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศ
ความท้าทายและการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ในการทำงานร่วมกับ Launch Services Program (LSP) ของ NASA เขาให้ความเห็นว่าเทคโนโลยีมีการพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งเป็นทั้งความท้าทายและความน่ายินดีในเวลาเดียวกัน
"คุณต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตัว เพราะเทคโนโลยีก้าวไปข้างหน้าเสมอ และความท้าทายใหม่ๆ จะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่มีอะไรที่เราพิชิตไม่ได้ และไม่มีปัญหาใดที่เราหาทางออกไม่ได้" Eric Fernandez กล่าวถึงประสบการณ์การทำงานที่ NASA
ในปัจจุบัน Fernandez ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในเมืองที่เขาเติบโต และพาลูกๆ ของเขาดูการปล่อยจรวดจากสวนสาธารณะในเมืองออร์คัตต์เหมือนที่เขาเคยทำกับพ่อในอดีต แต่ในวันนี้เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานที่ร่วมขีดเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการสำรวจอวกาศให้กับมวลมนุษยชาติอย่างเต็มภาคภูมิ










