กล้องโทรทรรศน์อวกาศ แนนซี เกรซ โรมัน: ภารกิจใหม่จาก NASA เพื่อไขความลับพลังงานมืดและดาวเคราะห์นอกระบบ

nasa
nasa

จากการเปิดเผยของ NASA รายงานล่าสุดระบุว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศ แนนซี เกรซ โรมัน (Nancy Grace Roman Space Telescope) คือหอสังเกตการณ์ทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อสแกนพื้นที่ขนาดใหญ่ในอวกาศ การวิเคราะห์พบว่ากล้องตัวนี้จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยให้นักดาราศาสตร์หาคำตอบเกี่ยวกับ พลังงานมืด (Dark Energy), สสารมืด (Dark Matter), ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (Exoplanets) และปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์อื่น ๆ อีกมากมาย

ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ (Astrophysics) คือสาขาของวิทยาศาสตร์อวกาศที่นำกฎทางฟิสิกส์และคณิตศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อทำความเข้าใจการกำเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพ ซึ่งกล้องแนนซี เกรซ โรมัน จะเป็นกุญแจสำคัญในภารกิจนี้

กำหนดการปล่อยตัวและฐานปฏิบัติการ

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ แนนซี เกรซ โรมัน มีกำหนดการปล่อยตัวในวันที่ 30 สิงหาคม 2026 โดยจะเดินทางไปกับจรวด SpaceX Falcon Heavy จากฐานปล่อย 39A ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี (Kennedy Space Center) ในรัฐฟลอริดา

ตำแหน่งวงโคจรในอวกาศ

ตามรายงานระบุว่า กล้องจะเข้าสู่วงโคจรที่อยู่ห่างจากโลกประมาณ 1.5 ล้านกิโลเมตร ณ ตำแหน่งที่เรียกว่า จุดลากรานจ์ที่ 2 (Second Sun-Earth Lagrange point หรือ L2) ซึ่งเป็นจุดที่แรงโน้มถ่วงระหว่างดวงอาทิตย์และโลกเกิดความสมดุล ทำให้ยานอวกาศสามารถรักษาตำแหน่งไว้ได้โดยใช้เชื้อเพลิงเพียงเล็กน้อย และเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการสังเกตการณ์เอกภพโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง

นวัตกรรมและเครื่องมือวิทยาศาสตร์

กล้องตัวนี้จะสำรวจเอกภพผ่าน แสงอินฟราเรด (Infrared light) ซึ่งเป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นยาวกว่าแสงสีแดงที่มนุษย์มองเห็น ทำให้สามารถมองทะลุฝุ่นอวกาศและสังเกตวัตถุที่อยู่ห่างไกลได้ โดยกล้องประกอบด้วยเครื่องมือหลัก 2 ชนิด ได้แก่:

  • Wide Field Instrument: กล้องอินฟราเรดความละเอียด 300 ล้านพิกเซล ที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มองย้อนกลับไปในอดีตได้หลายพันล้านปี เพื่อศึกษาว่าเอกภพขยายตัวอย่างไร
  • Coronagraph Instrument: เครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกแสงสว่างจากดาวฤกษ์ เพื่อให้นักดาราศาสตร์สามารถมองเห็นดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวดวงนั้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยมีความสามารถในการตรวจจับวัตถุที่สว่างน้อยกว่าดาวฤกษ์แม่ถึงหนึ่งพันล้านเท่า
ทีมเทคนิคกำลังประกอบส่วนประกอบของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ แนนซี เกรซ โรมัน
ภาพทีมเทคนิคขณะกำลังประกอบส่วนโครงสร้างหลักของหอสังเกตการณ์ให้เสร็จสมบูรณ์เมื่อปลายปี 2025

เป้าหมายหลักของการศึกษา

การวิเคราะห์พบว่านักวิทยาศาสตร์จะมุ่งเน้นไปที่ 3 หัวข้อหลัก:

พลังงานมืด (Dark Energy): แรงลึกลับที่คิดเป็น 68% ของเอกภพ และเป็นตัวการที่ทำให้เอกภพขยายตัวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ กล้องโรมันจะช่วยไขปริศนาว่าพลังงานมืดมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาหรือไม่

ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (Exoplanets): นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามีดาวเคราะห์อีกหลายพันล้านดวงในอวกาศ กล้องโรมันจะช่วยค้นหาดาวเคราะห์ที่อยู่ใน เขตที่อยู่อาศัยได้ (Habitable Zone) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมต่อการมีสิ่งมีชีวิต

สสารมืด (Dark Matter): "กาว" ที่มองไม่เห็นซึ่งยึดเหนี่ยวโครงสร้างของเอกภพไว้ด้วยกัน กล้องโรมันจะติดตามการก่อตัวของกาแล็กซีเพื่อระบุประเภทของอนุภาคที่ประกอบกันเป็นสสารมืด

เกียรติยศแด่ แนนซี เกรซ โรมัน

ชื่อของกล้องตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ แนนซี เกรซ โรมัน (Nancy Grace Roman) หัวหน้านักดาราศาสตร์คนแรกของ NASA และผู้บริหารหญิงคนแรกขององค์กร เธอเป็นผู้ผลักดันให้เกิดโครงการกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล จนได้รับฉายาว่า "มารดาแห่งกล้องฮับเบิล"

พอร์ตเทรตของ แนนซี เกรซ โรมัน หัวหน้านักดาราศาสตร์หญิงคนแรกของ NASA
แนนซี เกรซ โรมัน ผู้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานดาราศาสตร์อวกาศสมัยใหม่ให้กับ NASA

จากการเปิดเผยของทีมงาน ภารกิจนี้ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสทางอาชีพที่หลากหลาย ตั้งแต่ ช่างเทคนิคเครื่องมือ (Instrument technician) ไปจนถึง วิศวกรเครื่องกล (Mechanical engineer) และ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ (Astrophysicist) ที่ต้องทำงานร่วมกันเพื่อเปลี่ยนส่วนประกอบหลายล้านชิ้นให้กลายเป็นหน้าต่างบานใหม่สู่เอกภพ

Article Themes

Latest