รายงานล่าสุดระบุว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NASA ได้ประกาศสิ้นสุดภารกิจของยาน MAVEN (Mars Atmosphere and Volatile Evolution) อย่างเป็นทางการ หลังจากตัวยานปฏิบัติหน้าที่ในวงโคจรของดาวอังคารมานานกว่า 11 ปี ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายหลักเดิมที่กำหนดไว้เพียง 1 ปี โดยการขาดการติดต่อครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ที่ผ่านมา หลังจากยานเคลื่อนที่ผ่านด้านหลังของดาวอังคาร
จากการเปิดเผยของ NASA ระบุว่าคณะกรรมการตรวจสอบความผิดปกติได้ข้อสรุปว่า ยาน MAVEN ไม่สามารถกู้คืนระบบได้อีกต่อไป โดยข้อมูลโทรมาตร (Telemetry) ก่อนการขาดการติดต่อแสดงให้เห็นว่าระบบย่อยทั้งหมดทำงานปกติ แต่หลังจากยานโผล่พ้นขอบดาวอังคาร เครือข่ายอวกาศห้วงลึก (Deep Space Network) กลับไม่พบสัญญาณใด ๆ ข้อมูลเศษเสี้ยวที่บันทึกได้บ่งชี้ว่ายานเข้าสู่โหมดปลอดภัย (Safe Mode) และมีการหมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูงผิดปกติ ส่งผลให้แบตเตอรี่ของยานหมดลงจนระบบสื่อสารสูญเสียพลังงานถาวร
ทำความรู้จักกับภารกิจ MAVEN
MAVEN คือยานอวกาศลำแรกที่ได้รับมอบหมายให้ศึกษาชั้นบรรยากาศส่วนบนของดาวอังคาร ไอโอโนสเฟียร์ และปฏิกิริยาระหว่างดาวเคราะห์กับดวงอาทิตย์โดยเฉพาะ เพื่อหาคำตอบว่าทำไมชั้นบรรยากาศและน้ำบนดาวอังคารจึงสูญหายไปในอวกาศ
“ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ MAVEN มอบให้เรา คือกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจเรื่องการป้องกันรังสีและมาตรการความปลอดภัย ก่อนที่เราจะส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคาร” Louise Prockter ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ ณ สำนักงานใหญ่ NASA กล่าว
ความสำเร็จและสิ่งที่ค้นพบตลอดทศวรรษ
ตลอดระยะเวลาการทำงาน ยาน MAVEN ได้สร้างคุณูปการอย่างมหาศาลต่อวงการวิทยาศาสตร์อวกาศ โดยมีผลงานที่โดดเด่นดังนี้:
1. อิทธิพลของลมสุริยะต่อการสูญเสียชั้นบรรยากาศ
หนึ่งในผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดคือการพบว่า การกัดเซาะของชั้นบรรยากาศดาวอังคารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่เกิดพายุสุริยะ โดยลมสุริยะ (Solar Wind) ซึ่งเป็นกระแสอนุภาคที่มีประจุจากดวงอาทิตย์ ได้พัดพาชั้นบรรยากาศของดาวอังคารออกไปทีละน้อย เปลี่ยนจากโลกที่เคยอาจอยู่อาศัยได้ให้กลายเป็นดาวเคราะห์ที่หนาวเย็นและแห้งแล้งในปัจจุบัน
2. แสงออโรร่ารูปแบบใหม่บนดาวอังคาร
การวิเคราะห์พบว่ายาน MAVEN ค้นพบแสงออโรร่าหลายรูปแบบ รวมถึงออโรร่าที่เกิดจากโปรตอน ซึ่งบนโลกจะพบได้เฉพาะบริเวณขั้วโลกเท่านั้น แต่บนดาวอังคารสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วไปทั่วทั้งดาว
3. การสังเกตปรากฏการณ์ 'Sputtering'
เพื่อความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้น MAVEN ได้ตรวจวัดปรากฏการณ์ หรือการที่ไอออนพุ่งชนชั้นบรรยากาศด้วยความเร็วสูงจนทำให้โมเลกุลของก๊าซหลุดออกไปในอวกาศ คล้ายกับการกระโดดลงน้ำจนทำให้น้ำกระเด็นออกจากสระ ซึ่งเป็นการยืนยันกระบวนการสูญเสียก๊าซเฉื่อยอย่างอาร์กอนในเวลาจริง
บทบาทสำคัญในการสื่อสารและก้าวต่อไป
นอกเหนือจากงานด้านวิทยาศาสตร์ MAVEN ยังเป็นส่วนสำคัญของเครือข่ายถ่ายทอดสัญญาณดาวอังคาร (Mars Relay Network) ทำหน้าที่รับส่งข้อมูลจากหุ่นยนต์โรเวอร์บนพื้นผิวกลับมายังโลก โดยเคยทำสถิติส่งข้อมูลจากดาวเคราะห์ดวงอื่นได้มากที่สุดภายในวันเดียว
ขณะนี้ NASA ได้เริ่มกระบวนการปลดระวางยานอย่างเป็นทางการ โดยจะทำการจัดเก็บชุดข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมได้ตลอดภารกิจ เพื่อให้เหล่านักวิทยาศาสตร์และคนรุ่นหลังได้ศึกษาค้นคว้าต่อไป ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์โครงการสำรวจดาวอังคารของ NASA










