รายงานล่าสุดระบุว่า องค์การ NASA ได้มอบหมายให้ Deniz Burnham นักบินอวกาศชาวอเมริกัน เตรียมออกเดินทางไปปฏิบัติภารกิจครั้งแรกบน สถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station - ISS) ในฐานะวิศวกรการบินประจำภารกิจ Expedition 76 โดยห้องปฏิบัติการลอยฟ้านี้เป็นสถานที่สำหรับการทำวิจัยในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำที่มนุษย์อาศัยอยู่อย่างต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี
รายละเอียดภารกิจ Expedition 76
จากการเปิดเผยของ NASA Burnham มีกำหนดการเดินทางมุ่งหน้าสู่สถานีอวกาศด้วยยานอวกาศ Soyuz MS-30 ของ Roscosmos ร่วมกับนักบินอวกาศชาวรัสเซียอีกสองท่าน คือ Dmitri Petelin และ Konstantin Borisov โดยการยิงจรวดจะมีขึ้นในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2027 จากฐานส่งยานไบโคนูร์คอสโมโดรม (Baikonur Cosmodrome) ในประเทศคาซัคสถาน
ทีมปฏิบัติงานในภารกิจนี้จะใช้เวลาอยู่บนสถานีอวกาศนานประมาณ 7 เดือน เพื่อดำเนินการทดสอบทางวิทยาศาสตร์และการสาธิตเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจส่งมนุษย์ไปสำรวจดวงจันทร์ภายใต้ โครงการอาร์เทมิส (Artemis Program) และแผนการส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารในอนาคต
ประวัติและเส้นทางสู่การเป็นนักบินอวกาศ
Deniz Burnham ได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักบินอวกาศของ NASA ในปี 2021 และสำเร็จการศึกษาในฐานะนักบินอวกาศรุ่นที่ 23 ในปี 2024 เธอเกิดในฐานทัพอากาศ Incirlik ประเทศตุรกี และเติบโตมาในครอบครัวทหารที่ต้องเดินทางโยกย้ายบ่อยครั้ง โดยก่อนที่จะได้รับเลือกเป็นนักบินอวกาศ เธออาศัยอยู่ที่เมืองวาซิลลา รัฐอลาสกา
ในด้านการศึกษาและการทำงาน Burnham ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงในหลากหลายด้าน:
- สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมเคมีจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก
- สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านวิศวกรรมเครื่องกลจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย
- เคยเป็นอดีตนักศึกษาฝึกงานที่ศูนย์วิจัย Ames Research Center ของ NASA
- มีประสบการณ์บริหารจัดการงานขุดเจาะน้ำมันทั่วอเมริกาเหนือมานานกว่าทศวรรษ
- รับราชการในกองทัพเรือสำรองของสหรัฐฯ (U.S. Navy Reserves) ในฐานะนายทหารฝ่ายวิศวกรรม
- เป็นนักบินส่วนบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตขับเครื่องบินทั้งแบบเครื่องยนต์เดียวบนบกและในน้ำ รวมถึงเฮลิคอปเตอร์
บทบาทสำคัญของสถานีอวกาศนานาชาติ
การวิเคราะห์พบว่า สถานีอวกาศนานาชาติเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับการสำรวจอวกาศในยุคปัจจุบัน เพราะช่วยให้ NASA สามารถเข้าใจและก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ ของการใช้ชีวิตในอวกาศระยะยาว รวมถึงการเปิดโอกาสทางการค้าในวงโคจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit) เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงก่อนที่มนุษย์จะเดินทางออกไปไกลกว่าเดิม
"ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปี สถานีอวกาศแห่งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความก้าวหน้าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการค้นพบที่ไม่สามารถทำได้บนโลก"
สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิจัย การดำเนินงาน และลูกเรือบนสถานีอวกาศนานาชาติ สามารถติดตามได้ที่: https://www.nasa.gov/station










