รายงานล่าสุดระบุว่า NASA กำลังร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานในอวกาศแถบดวงจันทร์ (Cislunar Space) สำหรับโครงการ Artemis และการสร้างฐานบนดวงจันทร์ (Moon Base) โดยภายใต้สัญญาที่ทำร่วมกับบริษัท Advanced Space ภารกิจ CAPSTONE 02 จะทำหน้าที่สาธิตการนัดพบและปฏิบัติการในระยะใกล้ (Rendezvous and Proximity Operations) ระบบนำทางอัตโนมัติ และขีดความสามารถในการสื่อสารแถบดวงจันทร์ พร้อมทั้งเก็บข้อมูลสภาพแวดล้อมทางรังสีรอบดวงจันทร์อย่างต่อเนื่อง
ภารกิจ CAPSTONE 02 มีกำหนดการปล่อยตัวในปี 2027 โดยจะใช้ยานอวกาศขนาดเล็กจำนวน 2 ลำปฏิบัติการในวงโคจรรอบดวงจันทร์ เพื่อสนับสนุนภารกิจสำรวจดวงจันทร์และอวกาศห้วงลึกของ NASA ในอนาคต
ความสำเร็จจาก CAPSTONE สู่ก้าวที่สอง
จากการเปิดเผยของ NASA ภารกิจ CAPSTONE (Cislunar Autonomous Positioning System Technology Operations and Navigation Experiment) รุ่นแรกถือเป็นภารกิจเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ภารกิจแรกที่ไปถึงดวงจันทร์ และเป็นยานลำแรกที่ปฏิบัติการในวงโคจร Near Rectilinear Halo Orbit (NRHO) ซึ่งเป็นวงโคจรที่มีความเสถียรเกือบสมบูรณ์จากแรงดึงดูดระหว่างโลกและดวงจันทร์
CAPSTONE ลำแรกประสบความสำเร็จในการตรวจสอบระบบการสื่อสาร เครือข่าย และระบบนำทางอัตโนมัติ ขณะที่ภารกิจที่สองจะขยายผลจากความสำเร็จเหล่านี้ โดยเปลี่ยนจากการตรวจสอบวงโคจรไปสู่การสาธิตเทคโนโลยีที่จะเป็นรากฐานให้กับโครงสร้างพื้นฐานบนดวงจันทร์
“การบรรลุเป้าหมายการสำรวจอวกาศที่ทะเยอทะยานที่สุดของเรา จำเป็นต้องมีการสาธิตที่ยอมรับความเสี่ยงได้และมีการทำซ้ำร่วมกับพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรม การพัฒนาเทคโนโลยีผ่านการทดสอบการบินคือวิธีที่เราเปลี่ยนปัญหาที่ยากให้กลายเป็นขีดความสามารถที่ยั่งยืนสำหรับการคงอยู่บนดวงจันทร์อย่างถาวร” — Christopher Baker, หัวหน้าพอร์ตโฟลิโอ In-Space Infrastructure ของ NASA
การทดสอบระบบนำทางและการนัดพบขั้นสูง
ภารกิจ CAPSTONE 02 จะสาธิตเทคโนโลยีการนำทางสัมพัทธ์ขั้นสูงสำหรับการนัดพบและปฏิบัติการในระยะใกล้ในอวกาศแถบดวงจันทร์ ซึ่งเป็นเทคนิคที่มีความซับซ้อนมากกว่าที่ใช้ในวงโคจรต่ำของโลก เทคโนโลยีนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนนักบินอวกาศของ NASA ในการเชื่อมต่อยานเข้ากับยานลงจอดบนดวงจันทร์ ช่วยให้การถ่ายโอนลูกเรือไปและกลับจากพื้นผิวดวงจันทร์เป็นไปอย่างปลอดภัย
ในภารกิจนี้จะใช้ยานอวกาศที่เหมือนกัน 2 ลำ แต่ละลำมีน้ำหนักประมาณ 400 กิโลกรัม ผลิตโดยบริษัท Terran Orbital Systems, Inc. ผู้ควบคุมภารกิจจะดำเนินการทดสอบการนัดพบ การรักษาระยะห่าง และเทคนิคการบินเป็นหมู่ (Formation Flying) เพื่อทำความเข้าใจเส้นทางของยานภายใต้อิทธิพลของแรงโน้มถ่วงจากทั้งโลกและดวงจันทร์พร้อมกัน หรือที่เรียกว่า Three-body orbits
ห้องปฏิบัติการทดสอบซอฟต์แวร์นำทางในอวกาศจริง
การวิเคราะห์พบว่า CAPSTONE 02 จะทำหน้าที่เป็นสนามทดสอบปฏิบัติการจริงสำหรับซอฟต์แวร์นำทาง 3 ชุดที่พัฒนาโดย NASA โดยซอฟต์แวร์แต่ละตัวจะเก็บข้อมูลระหว่างการเดินทางที่ใช้พลังงานต่ำจากโลกไปยังวงโคจรดวงจันทร์ นอกจากนี้ ตัวยานจะบรรทุกอุปกรณ์สร้างภาพจาก Lawrence Livermore National Laboratory เพื่อสนับสนุนการนำทางและบันทึกภาพพื้นผิวดวงจันทร์
เทคโนโลยีในภารกิจนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดการพึ่งพากับข้อมูลจากสถานีภาคพื้นดิน และช่วยให้เกิดการประสานงานระหว่างดาวเทียมด้วยกันเอง ซึ่งจะนำไปสู่แนวคิดภารกิจใหม่ๆ ในอนาคต โดย Sean Fuller ผู้จัดการโครงการ Moon Base CAPSTONE ระบุว่า ภารกิจนี้คือการวางรากฐานสำหรับบริการเชิงพาณิชย์และการสำรวจอวกาศห้วงลึกที่ไกลกว่าดวงจันทร์
สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภารกิจ CAPSTONE 02 ได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://www.nasa.gov/mission/capstone02/








