จากการเปิดเผยล่าสุดของ NASA ทีมนักวิทยาศาสตร์จากภารกิจ MAVEN (Mars Atmosphere and Volatile Evolution) ซึ่งเป็นยานอวกาศที่ถูกส่งไปเพื่อศึกษาการสูญเสียบรรยากาศของดาวอังคาร ได้ค้นพบจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยไขปริศนาการเกิดแสงออโรร่า (Aurora) บนดาวอังคาร โดยผลการวิเคราะห์ระบุว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวมีกระบวนการก่อตัวที่คล้ายคลึงกับออโรร่าบนโลกอย่างมาก แม้ว่าดาวเคราะห์ทั้งสองจะมีระบบสนามแม่เหล็กที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงก็ตาม
การค้นพบกลไก "Dungey cycle" ในรูปแบบจิ๋วบนดาวแดง
รายงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่ากลไกทางฟิสิกส์แบบเดียวกับที่หมุนเวียนและส่งอนุภาคมีประจุเข้าสู่บรรยากาศของโลกกำลังเกิดขึ้นบน ดาวอังคาร (Mars) เช่นกัน แต่อยู่ในสเกลที่เล็กกว่ามาก กระบวนการนี้เรียกว่า Dungey cycle ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เส้นสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์เชื่อมต่อกับสนามแม่เหล็กของดาวเคราะห์ และฉีดพลังงานพร้อมมวลสารเข้าไปก่อนจะยิงอิเล็กตรอนกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศจนเกิดเป็นแสงสว่างสวยงาม
“เราทราบมานานแล้วว่ามีการเชื่อมต่อกันของสนามแม่เหล็กเกิดขึ้นที่ดาวอังคาร แต่เราไม่คิดว่ามันจะมีลักษณะเหมือนกับ Dungey cycle บนโลก”
Shaosui Xu ผู้เขียนหลักของการศึกษาและนักฟิสิกส์วิจัยจาก Space Sciences Laboratory แห่ง University of California, Berkeley กล่าว
ความแตกต่างระหว่างสนามแม่เหล็กโลกและดาวอังคาร
สนามแม่เหล็ก (Magnetic Field) ของโลกนั้นเกิดจากแกนกลางที่หมุนวนซึ่งสร้างเกราะกำบังขนาดใหญ่ครอบคลุมทั้งดาว แต่สำหรับ ดาวอังคาร นั้นไม่มีสนามแม่เหล็กครอบคลุมทั้งดวงอีกต่อไป เนื่องจากมันสูญเสียไปจากการกัดเซาะของลมสุริยะเมื่อหลายพันล้านปีก่อน สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือ สนามแม่เหล็กจากเปลือกดาว (Crustal Magnetic Fields) ซึ่งเป็นเสมือนแม่เหล็กจิ๋วจำนวนมหาศาลที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นผิว
การศึกษาครั้งนี้พบว่า ออโรร่าเฉพาะจุดของดาวอังคารเกิดขึ้นเหนือภูมิภาคที่มีสนามแม่เหล็กเปลือกดาวเข้มข้นเหล่านี้ โดยใช้ข้อมูลจากเครื่องมือหลายชนิดบนยาน MAVEN รวมถึงเครื่องมือ STATIC (Suprathermal and Thermal Ion Composition) ซึ่งทำหน้าที่วัดการไหลของพลาสมาในชั้นไอโอโนสเฟียร์ จนสามารถยืนยันได้ว่ากลไกการหมุนเวียนพลังงานนี้เกิดขึ้นจริงในระดับท้องถิ่น
ข้อมูลล้ำค่าจากภารกิจที่สิ้นสุดลง
แม้ว่ายาน MAVEN จะขาดการติดต่อกับสถานีภาคพื้นดินบนโลกไปตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2025 และ NASA ได้ ประกาศสิ้นสุดภารกิจ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากพบว่าไม่สามารถกู้คืนระบบได้ แต่ข้อมูลมหาศาลที่ยานส่งกลับมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ยังคงเป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญสำหรับนักวิทยาศาสตร์
Shannon Curry หัวหน้าทีมนักวิจัยของภารกิจ MAVEN จาก University of Colorado Boulder ระบุว่าการค้นพบนี้เป็นก้าวย่างที่สำคัญในการทำความเข้าใจว่าเหตุใดโลกและดาวอังคารจึงมีวิวัฒนาการที่แตกต่างกันมากขนาดนี้ ทั้งที่อยู่ภายใต้กฎฟิสิกส์พื้นฐานเดียวกัน การทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมทางแม่เหล็กและรังสีของดาวอังคารยังเป็นกุญแจสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจส่งมนุษย์ไปยังดาวแดงในอนาคต
สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภารกิจนี้ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ NASA MAVEN








