รายงานล่าสุดจากการวิเคราะห์ข้อมูลโดยยานอวกาศ Lucy (ลูซี) ของ NASA เปิดเผยความลึกลับของดาวเคราะห์น้อย Donaldjohanson (ดอนัลด์โจแฮนสัน) วัตถุในแถบดาวเคราะห์น้อยหลักที่ยานเพิ่งทำการบินโฉบผ่านเมื่อปีที่ผ่านมา ผลการวิเคราะห์พบว่าดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีรูปร่างคล้ายถั่วและมีพฤติกรรมการหมุนที่แปลกประหลาดแบบส่ายไปมา ซึ่งเกิดจากร่องรอยการพุ่งชนที่รุนแรงในอดีตเมื่อประมาณ 155 ล้านปีก่อน โดยการค้นพบนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Science เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026
ยานอวกาศ Lucy คือภารกิจสำรวจอวกาศของ NASA ที่ถูกออกแบบมาเพื่อศึกษาดาวเคราะห์น้อยโทรจัน (Trojan Asteroids) ของดาวพฤหัสบดี ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นวัตถุดั้งเดิมที่หลงเหลือมาตั้งแต่ยุคก่อกำเนิดระบบสุริยะ การบินโฉบผ่านดาวเคราะห์น้อย Donaldjohanson ในระยะเพียง 650 ไมล์ (ประมาณ 1,000 กิโลเมตร) ครั้งนี้ ถือเป็นการซ้อมใหญ่ก่อนที่ยานจะเดินทางไปถึงเป้าหมายหลักในกลุ่มดาวเคราะห์น้อยโทรจันในปี 2027
การหมุนที่ซับซ้อนและรูปทรงที่ไม่สมมาตร
จากการเปิดเผยของทีมวิทยาศาสตร์พบว่า Donaldjohanson ไม่ได้หมุนรอบแกนเดียวเหมือนดาวเคราะห์ส่วนใหญ่ แต่มีการหมุนแบบส่ายซับซ้อนสองแกน คล้ายกับลูกข่างที่กำลังจะล้ม โดยใช้เวลาหมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบทุกๆ 10.5 วันของโลก และมีการส่ายไปมาตามแนวแกนยาวทุกๆ 26.5 วัน
ข้อมูลภาพถ่ายแสดงให้เห็นโครงสร้างแบบ "Bilobate" หรือมีสองส่วนเชื่อมกันด้วยส่วนคอที่คอดกิ่ว ทำให้ดูคล้ายกับรูปทรงของถั่วลิสง นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ว่ารูปร่างนี้เกิดจากชิ้นส่วนของดาวเคราะห์น้อยสองชิ้นที่ค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากันด้วยแรงโน้มถ่วงหลังจากเกิดการพุ่งชนครั้งใหญ่ในอดีต นอกจากนี้ยังมีปรากฏการณ์ที่เรียกว่า YORP effect ซึ่งเป็นแรงบิดที่เกิดจากรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆ ทำให้การหมุนของดาวเคราะห์น้อยช้าลงในช่วงหลายสิบล้านปีที่ผ่านมา
ร่องรอยของน้ำในอดีตอันไกลโพ้น
การวิเคราะห์ผ่านเครื่องวัดสเปกตรัมอินฟราเรดของยาน Lucy พบหลักฐานสำคัญคือแร่ดินเหนียวที่มีเหล็กเป็นองค์ประกอบ (Iron-rich clays) บนพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย แร่เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อมีน้ำในสถานะของเหลวเข้ามาทำปฏิกิริยากับหิน อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าการสัมผัสกับน้ำนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น เนื่องจากหากน้ำคงอยู่นานกว่านั้น ธาตุเหล็กในดินเหนียวมักจะถูกแทนที่ด้วยธาตุอื่น เช่น แมกนีเซียม เหมือนที่พบในดาวเคราะห์น้อย Bennu และ Ryugu
"การเปรียบเทียบดอนัลด์โจแฮนสันกับดาวเคราะห์น้อยอย่างเบนนูและริวกู ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เห็นความแตกต่างที่ละเอียดอ่อน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาต้นกำเนิดของระบบสุริยะ" — Simone Marchi รองหัวหน้าทีมวิจัยจาก Southwest Research Institute
ความสำเร็จจากการสำรวจในครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องมือบนยาน Lucy ทำงานได้อย่างแม่นยำ และพร้อมสำหรับการสำรวจดาวเคราะห์น้อยโทรจันที่โคจรร่วมกับ ดาวพฤหัสบดี ในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้มนุษยชาติเข้าใจประวัติศาสตร์การเคลื่อนย้ายของดาวเคราะห์ยักษ์และการจัดระเบียบของระบบสุริยะในช่วงแรกเริ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น









