รายงานล่าสุดระบุว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ NASA ได้เปิดเผยโฉมหน้าใหม่ของเครื่องบิน Boeing 737 ที่ได้รับการทำสีใหม่ ณ รัฐโอคลาโฮมา เมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา โดยเครื่องบินลำนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับแต่งเพื่อทำหน้าที่เป็นอากาศยานทดสอบสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ (Reduced Gravity Test Aircraft) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการ Artemis เพื่อส่งมนุษย์กลับไปลงจอดบนดวงจันทร์
โครงการ Artemis (อาร์เทมิส): ภารกิจสำรวจอวกาศที่มีเป้าหมายในการส่งมนุษย์กลับไปลงจอดบนดวงจันทร์อีกครั้งภายในศตวรรษที่ 21 และสร้างฐานที่มั่นถาวรเพื่อเตรียมการเดินทางสู่ดาวอังคารในอนาคต
จากการเปิดเผยของ NASA เครื่องบิน Boeing 737 ลำนี้จะถูกใช้เพื่อทำการบินในลักษณะพาราโบลา (Parabolic Flights) เพื่อสร้างสภาวะแรงโน้มถ่วงจำลองเหมือนบนพื้นผิวดวงจันทร์ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตรวจสอบและยืนยันประสิทธิภาพของชุดนักบินอวกาศรุ่นใหม่ (Lunar Suits) รวมถึงระบบสนับสนุนการทำงานของลูกเรือทั้งหมดที่จำเป็นต่อภารกิจ Artemis
ก้าวสำคัญจากกองทัพอากาศสู่ภารกิจอวกาศ
ศูนย์วิจัยการบินอาร์มสตรอง (Armstrong Flight Research Center) ของ NASA ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเอ็ดเวิร์ด รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้รับมอบเครื่องบินลำนี้มาจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อนำมาปรับปรุงสมรรถนะให้รองรับภารกิจทางวิทยาศาสตร์และการฝึกฝนนักบินอวกาศโดยเฉพาะ
การทดสอบในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำนี้จะดำเนินการ ณ ศูนย์อวกาศจอห์นสัน (Johnson Space Center) ในเมืองฮูสตัน รัฐเท็กซัส ภายใต้การดูแลและบริหารจัดการโดยศูนย์วิจัยการบินอาร์มสตรอง เพื่อให้มั่นใจว่าระบบทุกอย่างมีความปลอดภัยและพร้อมสำหรับการใช้งานจริง
ห้องทดลองลอยฟ้าเพื่อเทคโนโลยีแห่งอนาคต
นอกเหนือจากการฝึกฝนนักบินอวกาศแล้ว การวิเคราะห์พบว่าเครื่องบินลำนี้จะกลายเป็นสินทรัพย์สำคัญสำหรับการวิจัยระบบบูรณาการการบิน (Systems-Integration Research) โดยจะใช้เป็นฐานในการทดสอบเทคโนโลยีการบินอัตโนมัติ (Autonomy) เซนเซอร์ตรวจจับขั้นสูง และระบบดิจิทัลต่างๆ ในสภาวะแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับอวกาศมากที่สุด
การทำสีและเผยโฉมใหม่ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการปรับปรุงรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความคืบหน้าครั้งสำคัญในความพยายามของ NASA ที่จะขยายขอบเขตการสำรวจของมนุษยชาติไปสู่ดวงจันทร์และดวงดาวอื่นต่อไปในอนาคต










