จากการเปิดเผยของ NASA เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสำรวจ รายงานระบุถึงเหตุการณ์สำคัญเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 1976 เวลา 05:12 น. ตามเวลาเขตแปซิฟิก (PDT) เมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมภารกิจ ณ Jet Propulsion Laboratory (JPL) หรือห้องปฏิบัติการแรงขับเคลื่อนไอพ่น ต่างโห่ร้องด้วยความยินดีหลังจากได้รับสัญญาณยืนยันว่า ยานไวกิ้ง 1 (Viking 1) สามารถร่อนลงจอดบนพื้นผิว ดาวอังคาร ได้สำเร็จท่ามกลางชั้นบรรยากาศที่เบาบาง
ยานไวกิ้ง 1 คือหุ่นยนต์สำรวจลำแรกของ NASA ที่สามารถลงจอดและปฏิบัติภารกิจบนพื้นผิวดาวอังคารได้อย่างสมบูรณ์ โดยเป้าหมายหลักคือการค้นหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตและศึกษาสภาพทางธรณีวิทยาของดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้
วินาทีประวัติศาสตร์: ภาพถ่ายแรกจากต่างดาว
หลังการลงจอดเพียง 40 นาที ข้อมูลภาพถ่ายชุดแรกเริ่มถูกส่งกลับมายังโลกและปรากฏบนหน้าจอของนักวิทยาศาสตร์ โดยค่อยๆ เรียงตัวทีละเส้นจากซ้ายไปขวา เผยให้เห็นทัศนียภาพที่มนุษย์ไม่เคยเห็นมาก่อน นั่นคือพื้นที่ที่เต็มไปด้วยก้อนหินและเม็ดทรายบนดาวดวงอื่น
"ผมเฝ้ามองหน้าจอสีดำ รอคอยแถบแคบๆ ที่จะส่งสัญญาณว่าเส้นแรกของภาพมาถึงแล้ว และมันก็ปรากฏขึ้น... มนต์ขลังของอิเล็กทรอนิกส์ พื้นที่ที่มีทั้งแสงสว่างและความมืด หินและทรายปรากฏให้เห็น และที่มุมขวาสุดนั่นคือ แผ่นรองขาของยานสำรวจ ซึ่งเป็นหลักฐานเชิงสัญลักษณ์ที่ประทับตราความสำเร็จของเราด้วยความเป็นจริงที่จับต้องได้ มันเหลือเชื่อจริงๆ"
มรดกแห่งการสำรวจและความต่อเนื่องของภารกิจ
ความสำเร็จของ ยานไวกิ้ง 1 ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ภาพถ่ายใบแรก หลังจากนั้นเพียง 6 สัปดาห์ ยานไวกิ้ง 2 ซึ่งเป็นยานฝาแฝดก็ได้ลงจอดในอีกพื้นที่หนึ่งของดาวอังคารเพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติม ขณะที่ยานในส่วนของวงโคจร (Orbiters) ยังคงปฏิบัติหน้าที่เก็บข้อมูลจากอวกาศและทำหน้าที่เป็นสถานีรับส่งสัญญาณกลับมายังโลก
การวิเคราะห์ระบุว่า ภารกิจไวกิ้งได้วางรากฐานสำคัญให้กับการสำรวจดาวอังคารในยุคต่อมา ไม่ว่าจะเป็นยาน Perseverance หรือ Curiosity ที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลสิ่งที่ยานไวกิ้งค้นพบและมรดกทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมได้ที่ Viking: 50 Years on Mars
ภาพถ่ายที่ส่งกลับมาเมื่อ 50 ปีก่อนนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของมนุษยชาติในการก้าวข้ามขีดจำกัดของโลกไปสู่ดาวเคราะห์ดวงอื่นใน ระบบสุริยะ










