จากการเปิดเผยของ NASA ระบุว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศ แนนซี เกรซ โรมัน (Nancy Grace Roman Space Telescope) มีกำหนดการเดินทางสู่ห้วงอวกาศในวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม เวลา 07:26 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (EDT) โดยภารกิจนี้จะมุ่งเน้นการสำรวจจักรวาลในมุมกว้างเพื่อไขปริศนาของ พลังงานมืด (Dark Energy) และ สสารมืด (Dark Matter) รวมถึงการสำรวจประชากรของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
1. ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ "มารดาแห่งกล้องฮับเบิล"
ภารกิจนี้ได้รับการตั้งชื่อตาม ดร. แนนซี เกรซ โรมัน (Dr. Nancy Grace Roman) หัวหน้านักดาราศาสตร์คนแรกของ NASA ผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดหอสังเกตการณ์อวกาศที่สามารถศึกษาจักรวาลเหนือชั้นบรรยากาศของโลกได้ ซึ่งเธอยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังโครงการหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่หลายแห่ง รวมถึง กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) ด้วย
2. การมองเห็นที่กว้างไกลและลึกซึ้ง
กล้องโรมัน จะมาพร้อมกับวิสัยทัศน์ในย่านรังสีอินฟราเรดที่คมชัดเพื่อสแกนท้องฟ้าเป็นบริเวณกว้าง โดยมุ่งเน้นการศึกษา สสารมืด ซึ่งเป็นสสารที่มองไม่เห็นแต่มีอิทธิพลต่อแรงโน้มถ่วงในจักรวาล และ พลังงานมืด แรงลึกลับที่ผลักดันให้จักรวาลขยายตัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังมีศักยภาพในการค้นหา ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (Exoplanets) หรือดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอื่นนอกเหนือจากดวงอาทิตย์ของเรา
3. เดินทางสู่จุดลากรานจ์ที่ 2 (L2)
ตัวหอสังเกตการณ์จะเดินทางไปประจำการที่ จุดลากรานจ์ที่ 2 (Lagrange point 2 หรือ L2) ซึ่งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 1.5 ล้านกิโลเมตร เป็นตำแหน่งเดียวกับที่ กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ (James Webb Space Telescope) ประจำการอยู่ เนื่องจากเป็นจุดที่แรงดึงดูดของโลกและดวงอาทิตย์สมดุลกัน ช่วยให้กล้องสามารถรักษาวงโคจรที่มั่นคงโดยใช้เชื้อเพลิงเพียงเล็กน้อย
4. บรรจุรายชื่อคนนับล้านสู่อวกาศ
กล้องโทรทรรศน์อวกาศเครื่องนี้ไม่ได้เดินทางไปเพียงลำพัง แต่ยังพกพาหน่วยความจำที่บันทึกรายชื่อของผู้คนมากกว่า 1.3 ล้านคนจากทั่วโลกที่ร่วมกิจกรรมส่งชื่อไปกับ NASA เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศในครั้งนี้
5. อายุภารกิจยาวนานและการรองรับการเติมเชื้อเพลิง
การวิเคราะห์ระบุว่า กล้องโรมัน มีกำหนดการปฏิบัติภารกิจหลักเป็นเวลา 5 ปี และถูกออกแบบมาให้รองรับการขยายเวลาออกไปได้อีก 5 ปี แม้ในปัจจุบันจะยังไม่มีขีดความสามารถในการส่งนักบินไปซ่อมแซมกล้องที่จุด L2 แต่กล้องรุ่นนี้ได้ถูกออกแบบมาให้สามารถเติมเชื้อเพลิงใหม่ได้ในอนาคต
6. เครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ทรงประสิทธิภาพ
หอสังเกตการณ์อวกาศนี้ประกอบด้วยเครื่องมือหลักสองชิ้น ได้แก่:
- Wide Field Instrument: กล้องอินฟราเรดความละเอียด 300 ล้านพิกเซล ให้ความคมชัดเท่ากับกล้องฮับเบิล แต่มีมุมมองกว้างกว่าอย่างน้อย 100 เท่า
- Coronagraph Instrument: อุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อบดบังแสงจ้าจากดาวฤกษ์ ทำให้สามารถตรวจจับแสงสะท้อนที่หรี่สลัวจากดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวดวงนั้นได้โดยตรง
7. การทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติ
NASA ระบุว่า กล้องโรมัน จะทำงานร่วมกับภารกิจอื่นๆ เช่น กล้องโทรทรรศน์อวกาศยุคลิด (Euclid) ของ ESA และหอสังเกตการณ์บนพื้นดินอย่าง Vera C. Rubin Observatory เพื่อสร้างภาพรวมของจักรวาลที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากนี้ยังเป็นเทคโนโลยีต้นแบบสำหรับโครงการ Habitable Worlds Observatory ในอนาคตที่มีเป้าหมายในการถ่ายภาพดาวเคราะห์ที่มีลักษณะคล้ายโลก
8. รับชมการปล่อยตัวสดได้ทั่วโลก
ผู้ที่สนใจสามารถรับชมการถ่ายทอดสดการปล่อยตัวกล้องโทรทรรศน์อวกาศ แนนซี เกรซ โรมัน ผ่านช่องทางต่างๆ ของ NASA ได้ที่ nasa.gov/live โดยการบรรยายจะครอบคลุมไปจนถึงช่วงเวลาสำคัญหลังจากที่ตัวกล้องแยกตัวออกจากจรวด
9. เตรียมพบกับภาพชุดแรกต้นปี 2027
หลังจากการปล่อยตัว ทีมงานจะต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือนในการปรับจูนและทดสอบระบบต่างๆ ก่อนจะเริ่มต้นการทำงานทางวิทยาศาสตร์อย่างเต็มรูปแบบ โดยคาดว่า NASA จะเปิดเผยภาพถ่ายอวกาศชุดแรกจากกล้องตัวนี้ได้ในช่วงต้นปี 2027
"วิสัยทัศน์และการเป็นผู้นำของ ดร. แนนซี เกรซ โรมัน ช่วยวางรากฐานให้ NASA กลายเป็นสถาบันวิทยาศาสตร์ระดับโลก และส่งต่อแรงบันดาลใจให้กล้องโทรทรรศน์อวกาศรุ่นต่อๆ มาในการขยายความเข้าใจของมนุษยชาติต่อเอกภพ"








