รายงานล่าสุดระบุว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ NASA ได้ทำการคัดเลือกธุรกิจขนาดเล็กหลายแห่งเพื่อลงนามในสัญญา Western Regional Multiple Award Construction Contract ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนงานด้านการเพิ่มประสิทธิภาพ การปรับปรุงให้ทันสมัย และการบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวก ณ ศูนย์วิจัยการบินอาร์มสตรอง (Armstrong Flight Research Center) ในเมืองเอ็ดเวิร์ดส และ ศูนย์วิจัยเอมส์ (Ames Research Center) ในซิลิคอนวัลเลย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย รวมถึงหน่วยงานรัฐบาลกลางอื่น ๆ ในภูมิภาค
ศูนย์วิจัยการบินอาร์มสตรอง คือศูนย์กลางหลักของ NASA ในด้านการวิจัยและการทดสอบการบินขั้นสูง ขณะที่ ศูนย์วิจัยเอมส์ เป็นหนึ่งในศูนย์วิจัยที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ อากาศยานไร้คนขับ และวิทยาศาสตร์เพื่อสนับสนุนภารกิจสำรวจอวกาศ
ขอบเขตงานก่อสร้างและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
สัญญาฉบับนี้ครอบคลุมบริการที่หลากหลาย ตั้งแต่การก่อสร้างทั่วไป การดัดแปลงโครงสร้าง การบำรุงรักษาและซ่อมแซม ไปจนถึงการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง นอกจากนี้ยังรวมถึงการก่อสร้างอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ ๆ ที่ต้องนำมาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) มาใช้ ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลด้านการออกแบบอาคารสีเขียวที่คำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
จากการเปิดเผยของ NASA การดำเนินงานภายใต้สัญญานี้จะมีการนำระบบ Building Information Modeling (BIM) หรือการสร้างแบบจำลองข้อมูลอาคารมาใช้ เพื่อช่วยให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนสูงสุด
มูลค่าสัญญาและธุรกิจที่ได้รับคัดเลือก
สัญญาดังกล่าวเป็นประเภท Indefinite-Delivery/Indefinite-Quantity (IDIQ) และมีรูปแบบราคาคงที่ (Firm-Fixed-Price) ซึ่งเป็นภาคต่อจากสัญญาจ้างก่อสร้างระดับภูมิภาคเดิมของหน่วยงาน โดยมีการประเมินมูลค่ารวมที่อาจสูงถึง 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 16,500 ล้านบาท) ครอบคลุมระยะเวลาการดำเนินงาน 5 ปี
สำหรับรายชื่อธุรกิจขนาดเล็กที่ได้รับการคัดเลือกให้ร่วมงานในโครงการยักษ์ใหญ่นี้มีจำนวนทั้งสิ้น 30 แห่ง อาทิ Abide International Inc., Anderson Burton Construction Inc., Lead Builders Inc. และ Sea Pac Engineering Inc. เป็นต้น ซึ่งการมอบสัญญาครั้งนี้ยังสะท้อนถึงนโยบายของ NASA ที่ต้องการส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจขนาดเล็กในอุตสาหกรรมอวกาศและโครงสร้างพื้นฐาน
การวิเคราะห์พบว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดินเหล่านี้ เป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนภารกิจในชั้นบรรยากาศและอวกาศของสหรัฐฯ ให้ดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคงในอนาคต
ผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ NASA และโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงาน สามารถติดตามรายละเอียดได้ผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ








