สัปดาห์ที่ผ่านมาถือเป็นสัปดาห์ที่ร้อนแรงที่สุดของอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ในปี 2026
Vast บริษัทสตาร์ทอัพจาก Long Beach รัฐ California ประกาศระดมทุนรอบใหม่มูลค่า $500 ล้าน เพื่อเร่งพัฒนาสถานีอวกาศ Haven ซึ่งจะเป็นสถานีอวกาศเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลก ในสัปดาห์เดียวกันนั้นเอง Sierra Space ก็ปิดรอบ Series C มูลค่า $550 ล้าน ด้วยมูลค่าบริษัทที่ $8 พันล้าน เท่ากับว่ามีเงินทุนรวมกว่า $1 พันล้าน ไหลเข้าอุตสาหกรรมนี้ภายในสัปดาห์เดียว
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ SpaceX กำลังเตรียม IPO ครั้งประวัติศาสตร์ที่อาจมีมูลค่าสูงถึง $1.5 ล้านล้าน ซึ่งจะเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
เงินทุน $500M มาจากไหน?
รอบการระดมทุนของ Vast นำโดย Balerion Space Ventures โดยมีนักลงทุนระดับโลกเข้าร่วมหลายราย ได้แก่ IQT ซึ่งเป็นกองทุนร่วมลงทุนของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ, Qatar Investment Authority (QIA) กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของกาตาร์, Mitsui & Co. และ MUFG จากญี่ปุ่น, Nikon Corporation, Space Capital และ Earthrise Ventures รวมถึง Jed McCaleb ผู้ก่อตั้งบริษัทที่เข้าร่วมลงทุนเพิ่มด้วย
โครงสร้างของดีลนี้ประกอบด้วย $300 ล้าน ในส่วนของ Series A equity และ $200 ล้าน ในรูปแบบ debt financing ส่งผลให้ยอดเงินลงทุนรวมของ Vast ทะลุ $1 พันล้าน นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท
สิ่งที่น่าสนใจคือการเข้ามาของ A.C. Charania อดีต Chief Technologist ของ NASA ซึ่งจะเข้ามานั่งในบอร์ดบริหารของ Vast ในฐานะที่ปรึกษาจาก Balerion สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทนี้ได้รับความเชื่อมั่นจากทั้งฝั่ง government และ private sector
Vast กำลังสร้างอะไร?

Vast มีแผนพัฒนาสถานีอวกาศ Haven เป็นลำดับขั้นตอน:
Haven Demo (สำเร็จแล้ว) คือยานทดสอบเทคโนโลยีที่ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรในปี 2025 ปฏิบัติภารกิจสำเร็จ และถูกนำกลับลงมาเผาทำลายในชั้นบรรยากาศ (โดย Vast ระบุว่าภารกิจเสร็จสิ้น "เมื่อเดือนที่แล้ว" ณ วันที่ประกาศระดมทุน 5 มีนาคม 2026 ซึ่งตรงกับช่วงกุมภาพันธ์ 2026) ทำให้ Vast กลายเป็นบริษัทสถานีอวกาศเชิงพาณิชย์รายเดียวที่ออกแบบ สร้าง และบินยานอวกาศของตัวเองได้สำเร็จ
Haven-1 (เป้าหมายปล่อยปี 2027) จะเป็นสถานีอวกาศเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลก ออกแบบเป็นแบบโมดูลเดียว (single module) ในวงโคจรต่ำของโลก โดยทำหน้าที่เป็น "minimum viable product" หรือสถานีขั้นต่ำที่ใช้งานได้จริง มีจุดเชื่อมต่อ (docking port) เพียงจุดเดียว รองรับภารกิจของนักบินอวกาศทั้งจากภาครัฐและเอกชน Haven-1 จะทำหน้าที่เป็น testbed สำหรับการพิสูจน์เทคโนโลยีก่อนขยายไปสู่สถานีอวกาศแบบหลายโมดูลอย่าง Haven-2 ในลำดับถัดไป
Haven-2 (เป้าหมายปี 2030) จะเป็นสถานีอวกาศขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อทดแทน International Space Station (ISS) โดยตรง รองรับลูกเรือประจำการตลอดเวลา
จุดแข็งของ Vast คือ Vertically Integrated Model ที่ลดต้นทุนการผลิตโครงสร้างหลักได้ถึง 10 เท่า เมื่อเทียบกับโปรแกรมสถานีอวกาศแบบดั้งเดิม พร้อมทีมงานกว่า 1,000 คน และโรงงานผลิตที่ Long Beach
นอกจากนี้ Vast ยังได้รับคัดเลือกจาก NASA ให้ดำเนินการ Private Astronaut Mission ครั้งที่ 6 ไปยัง ISS ซึ่งเป็นการพิสูจน์ขีดความสามารถเพิ่มเติมก่อนที่ Haven-1 จะพร้อมปล่อย
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ? การเปลี่ยนผ่านจาก ISS สู่ Commercial LEO
ISS เริ่มก่อสร้างในวงโคจรตั้งแต่ปี 1998 และมีลูกเรือประจำการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2000 ปัจจุบันสถานีกำลังเข้าสู่ช่วงปลดระวาง NASA วางแผนจะยุติการใช้งาน ISS ในปี 2030 แต่ล่าสุด คณะกรรมาธิการพาณิชย์ วิทยาศาสตร์ และการขนส่งของวุฒิสภาสหรัฐฯ เพิ่งอนุมัติร่างกฎหมาย NASA Authorization Act of 2026 ที่จะขยายอายุ ISS ออกไปจนถึงปี 2032 เนื่องจากความกังวลว่าสถานีอวกาศเชิงพาณิชย์อาจไม่พร้อมทันกำหนดเดิม (ร่างกฎหมายนี้ยังต้องผ่านการลงมติของวุฒิสภาเต็มคณะ สภาผู้แทนราษฎร และได้รับการลงนามจากประธานาธิบดีก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้)
ร่างกฎหมายนี้ยังระบุชัดเจนว่า NASA ห้ามทำลาย ISS จนกว่าจะมีสถานีอวกาศเชิงพาณิชย์ที่พร้อมปฏิบัติการอย่างน้อย 1 แห่ง นี่คือโอกาสมหาศาลสำหรับบริษัทอย่าง Vast, Axiom Space, Blue Origin (Orbital Reef) และ Voyager Space (Starlab) ที่กำลังแข่งขันเพื่อสร้างสถานีอวกาศทดแทน
Max Haot CEO ของ Vast กล่าวกับ CNBC ว่าบริษัทวางกลยุทธ์แบบ "leapfrog" โดยตั้งใจจะสร้างและปล่อยสถานีอวกาศที่ใช้งานได้จริงเพื่อพิสูจน์ขีดความสามารถ แม้ว่า Vast จะไม่ได้รับสัญญา NASA Commercial LEO Destinations ในรอบแรก (ซึ่งมอบให้ Blue Origin และ Voyager Space ในปี 2021) ก็ตาม โดย CNBC รายงานว่าบริษัทก่อตั้งในปี 2023 หลังจากสัญญารอบแรกถูกมอบไปแล้ว แม้ว่า Vast เองจะระบุในเอกสารทางการว่าบริษัทก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2021
Space Economy: ภาพใหญ่ที่นักลงทุนต้องจับตา
เงินทุนที่ไหลเข้าอุตสาหกรรมอวกาศในช่วงนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีหลายปัจจัยขับเคลื่อนพร้อมกัน
- การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ จีนมีสถานี Tiangong ที่พร้อมใช้งานแล้ว และวางแผนจะขยายปฏิบัติการจนถึงกลางทศวรรษ 2030 สหรัฐฯ ไม่ต้องการให้เกิด "ช่องว่าง" ที่ไม่มีสถานีอวกาศของตัวเองในวงโคจรต่ำ การขยายอายุ ISS ไปจนถึงปี 2032 เป็นหนึ่งในมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐฯ เสียความเป็นผู้นำในอวกาศให้กับจีน
- โปรแกรม Artemis NASA กำลังปฏิรูปโปรแกรมกลับสู่ดวงจันทร์ครั้งใหญ่ภายใต้การนำของ Administrator Jared Isaacman ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นการสร้างฐานถาวรบนดวงจันทร์และเปลี่ยนแนวทางจากภารกิจแบบ "giant leaps" ไปสู่การบินที่ถี่ขึ้นและต่อเนื่องมากขึ้น
- SpaceX IPO หาก SpaceX เข้าตลาดด้วยมูลค่า $1 ถึง $1.5 ล้านล้าน จะเป็นตัวกระตุ้นให้ทั้งอุตสาหกรรมอวกาศได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันและรายย่อยมากขึ้นอย่างมหาศาล ปัจจุบัน SpaceX มี Starlink subscribers กว่า 8 ล้านราย และนักวิเคราะห์ประเมินรายได้ต่อปีไว้ที่ประมาณ $12 ถึง $15 พันล้าน
- Microgravity Economy การวิจัยและผลิตในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงเปิดโอกาสใหม่สำหรับอุตสาหกรรมยา เซมิคอนดักเตอร์ และวัสดุขั้นสูง สถานีอวกาศเชิงพาณิชย์จะทำให้การเข้าถึงสภาพแวดล้อมแบบนี้ถูกลงและสะดวกขึ้นสำหรับภาคเอกชน
ใครกำลังแข่งขันในสนาม Commercial Space Station?
ตลาดสถานีอวกาศเชิงพาณิชย์ไม่ได้มี Vast เพียงรายเดียว ผู้เล่นหลักในสนามนี้ ได้แก่
- Axiom Space กำลังสร้างโมดูลที่จะเชื่อมต่อกับ ISS ก่อน แล้วค่อยแยกตัวออกมาเป็นสถานีอวกาศอิสระในภายหลัง
- Blue Origin (Orbital Reef) โครงการของ Jeff Bezos ที่ได้รับทุนจาก NASA Commercial LEO Destinations ในรอบแรก
- Voyager Space (Starlab) อีกหนึ่งบริษัทที่ได้รับทุน NASA ในรอบแรกเช่นกัน
- Sierra Space ที่เพิ่งระดมทุน $550 ล้าน โดยปัจจุบันบริษัทมุ่งเน้นไปที่ลูกค้าฝั่ง national security เป็นหลัก พร้อมกับพัฒนายาน Dream Chaser สำหรับขนส่งสินค้าไปยัง ISS ซึ่งมีแผนทดสอบบินครั้งแรกปลายปี 2026 (Sierra Space เคยมีแผนพัฒนาสถานีอวกาศเชิงพาณิชย์ด้วย แต่ในช่วงหลังได้หันมาเน้นสัญญาฝั่งกลาโหมและดาวเทียมเป็นหลัก)
Vast มีจุดแตกต่างที่สำคัญคือเป็นบริษัทเดียวที่ได้ออกแบบ สร้าง และบินยานอวกาศของตัวเองสำเร็จแล้ว (Haven Demo) ในขณะที่คู่แข่งส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบหรือทดสอบภาคพื้นดิน
มุมมองของ Vast ต่อ NASA
Haot ย้ำกับ CNBC ว่า Vast ตั้งเป้าจะพร้อมสำหรับการทดแทน ISS โดยกล่าวว่าหากบริษัทสามารถสร้างและปล่อย Haven-1 ได้สำเร็จ จะเป็นเรื่องยากที่ NASA จะมองข้ามศักยภาพของ hardware ที่พิสูจน์ตัวเองแล้ว นอกจากนี้ Vast ยังวางแผนหาพันธมิตรจากยุโรปและญี่ปุ่น และตั้งเป้าทำกำไรผ่านแนวทางต้นทุนต่ำ
สรุปสำหรับนักลงทุน

การระดมทุน $500 ล้านของ Vast ไม่ใช่แค่ข่าวบริษัทสตาร์ทอัพหนึ่งได้เงิน แต่เป็นสัญญาณที่บอกว่า Commercial Space Economy กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน
ในขณะที่ ISS กำลังจะปลดระวาง บริษัทเอกชนกำลังแข่งขันสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ในอวกาศ เงินทุนรวมกว่า $1 พันล้านในสัปดาห์เดียวสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนระดับโลกมองเห็นโอกาสจริง
สำหรับนักลงทุนที่สนใจ Space Economy ควรจับตา Vast เป็นพิเศษ ด้วยเทคโนโลยีที่พิสูจน์แล้วจาก Haven Demo ทีมงานกว่าพันคน และ timeline ที่ชัดเจนในการสร้างสถานีอวกาศเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลกภายในปี 2027 บริษัทนี้มีศักยภาพที่จะเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของเศรษฐกิจอวกาศยุคใหม่
อ้างอิง:
- Vast, "Vast Secures $500M in Funding to Accelerate Production of Haven Space Stations" (vastspace.com, 5 มีนาคม 2026)
- BusinessWire, "Vast Secures $500M in Funding to Accelerate Production of Haven Space Stations" (5 มีนาคม 2026)
- CNBC, "Vast funding round NASA ISS space station" (6 มีนาคม 2026)
- Via Satellite, "Vast and Sierra Space Post New Funding Rounds" (5 มีนาคม 2026)
- SpaceNews, "Sierra Space raises $550 million in Series C funding" (5 มีนาคม 2026)
- Space.com, "Congress wants the International Space Station to keep flying until 2032" (มีนาคม 2026)
- Scientific American, "NASA must delay deorbiting the ISS, U.S. lawmakers say" (มีนาคม 2026)
- Fortune, "SpaceX sets $800 billion valuation, confirms 2026 IPO plans" (ธันวาคม 2025)
- TechCrunch, "SpaceX's IPO could open the floodgates" (มกราคม 2026)











