NASA วิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสุขภาพในภารกิจอาร์เทมิส: เจาะลึกโรคลดความกดอากาศและภาวะลิ่มเลือดอุดตันในอวกาศ

nasa
nasa

จากการเปิดเผยของ NASA รายงานล่าสุดระบุว่า สำนักงานหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายสุขภาพและการแพทย์ (OCHMO) ได้จัดตั้งคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญเมื่อเดือนสิงหาคม 2026 เพื่อทบทวนข้อมูลทางการแพทย์ที่สำคัญสำหรับ ภารกิจอาร์เทมิส (Artemis) ซึ่งเป็นโครงการส่งมนุษย์กลับไปสำรวจดวงจันทร์และห้วงอวกาศลึก การวิเคราะห์มุ่งเน้นไปที่ความเสี่ยงจาก โรคลดความกดอากาศ (Decompression Sickness - DCS), ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (Venous Thromboembolism - VTE) และ ภาวะผนังกั้นหัวใจห้องบนมีรูเปิด (Patent Foramen Ovale - PFO) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของนักบินอวกาศขณะปฏิบัติกิจกรรมนอกยานอวกาศ (EVA)

โรคลดความกดอากาศ (DCS) คือภาวะที่เกิดจากฟองก๊าซไนโตรเจนก่อตัวในกระแสเลือดหรือเนื้อเยื่อเมื่อร่างกายเผชิญกับการลดลงของความดันบรรยากาศอย่างรวดเร็ว เช่น ในระหว่างการเปลี่ยนผ่านความดันจากภายในยานอวกาศสู่ชุดอวกาศ ส่วน ภาวะผนังกั้นหัวใจห้องบนมีรูเปิด (PFO) เป็นความผิดปกติทางโครงสร้างหัวใจแต่กำเนิดที่มีรูเปิดเล็กๆ ระหว่างหัวใจห้องบน ซึ่งอาจกลายเป็นช่องทางให้ฟองก๊าซหลุดรอดไปยังระบบไหลเวียนโลหิตส่วนกลางได้

ภาพคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ NASA ประจำปี 2026
คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและการแพทย์ของ NASA ในเดือนกันยายน 2026 (ที่มา: NASA)

คำแนะนำและข้อสรุปจากคณะทำงาน

การวิเคราะห์พบว่าคำแนะนำของคณะทำงานชุดนี้เป็นการต่อยอดจากข้อมูลการประเมินในอดีต รวมถึงรายงาน NASA/SP-20240010473 และ NASA/SP-20260005258/REV1 โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

ความเกี่ยวข้องระหว่าง PFO และภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

ที่ประชุมมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า การมีภาวะ PFO ไม่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักต่อการเกิด VTE หรือภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (ลิ่มเลือดที่มักก่อตัวในหลอดเลือดดำส่วนลึกของขาหรือแขน) แม้ในสภาพแวดล้อมที่จำลองเป็นยานอวกาศที่มีความดันปกติหรือภาวะพร่องออกซิเจน คณะทำงานจึงไม่แนะนำให้เปลี่ยนเกณฑ์การคัดเลือกนักบินอวกาศในประเด็นนี้

การทำนายโอกาสเกิดโรคลดความกดอากาศ (DCS)

จากการวิเคราะห์พบว่า ยังไม่มีความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่าง "ระดับฟองก๊าซ" (Bubble Grades) ในเลือดกับความเสี่ยงในการเกิด DCS ในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำและการเคลื่อนที่บนพื้นผิวดวงจันทร์ คณะทำงานสรุปว่าแม้การลดปริมาณฟองก๊าซจะเป็นเรื่องดี แต่คะแนนฟองก๊าซเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำนายการเกิด DCS ได้อย่างแม่นยำเพียงพอสำหรับปฏิบัติการบนพื้นผิวดวงจันทร์

แนวทางการจัดการ PFO ในนักบินอวกาศ

คณะทำงานระบุว่าภาวะ PFO ขนาดเล็ก (ระดับ 1 หรือ 2) ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม สำหรับนักบินอวกาศที่มีภาวะ PFO ขนาดใหญ่ (ระดับ 3 ขึ้นไป) ยังคงมีความเห็นที่หลากหลายเกี่ยวกับการผ่าตัดปิดรูรั่ว คณะทำงานไม่ได้แนะนำให้มีการคัดกรองนักบินอวกาศทุกคนแบบครอบจักรวาล แต่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแจ้งสถานะสุขภาพให้นักบินทราบ และเสนอทางเลือกในการผ่าตัดปิดรูรั่วหากตรวจพบภาวะขนาดใหญ่ เพื่อลดความเสี่ยงที่ฟองก๊าซจะเคลื่อนเข้าสู่ระบบหลอดเลือดแดง

"การมีแนวทางปฏิบัติทางคลินิกที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ยาสำหรับลูกเรือก่อนการออกไปปฏิบัติกิจกรรมนอกยานอวกาศ (EVA) เป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะการใช้ยาแอสไพรินเพื่อป้องกัน DCS และการระวังการใช้ยาแก้ปวดที่อาจบดบังอาการเริ่มแรกของโรค"

นอกจากนี้ คณะทำงานยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการออกแนวทางใหม่ๆ เกี่ยวกับการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม Analgesics เช่น อะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เนื่องจากยาเหล่านี้อาจส่งผลให้นักบินอวกาศไม่รู้ตัวเมื่อเริ่มมีอาการของ DCS ซึ่งอาจนำไปสู่อันตรายร้ายแรงในระหว่างภารกิจ

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาข้อมูลได้จาก บทสรุปผู้บริหารฉบับสมบูรณ์ และมาตรฐาน NASA-STD-3001 Vol 2 Rev F ที่รวบรวมหลักเกณฑ์ด้านสุขภาพและปัจจัยมนุษย์ในยานอวกาศ

Article Themes

Latest